อุไดปูร์ (อุทัยปุระ) : อีกหนึ่งความงามและความโรแมนติกของอินเดีย

ไปอินเดียกันมาก้อหลายเมือง คราวนี้หล่ะ ไปเมืองอุไดปูร์กันซะทีนะเรา ได้ยินมาก้อเยอะ อ่านมาก้อแยะ เค้าว่ากันว่าเมืองนี้เป็นเมืองโรแมนติกระดับแนวหน้าของอินเดียเลย แต่ไม่ค่อยได้ถูกโปรโมทออกไปมากแบบเมืองดัง ๆ อย่างอัคราที่มีทัชมาฮาล (Agra) หรือชัยปุระ เมืองสีชมพู (Jaipur) หรือจุดห์ปุระ เมืองสีฟ้า (Jodhpur) เพื่อนอินเดียเล่าให้ฟังว่ากษัตริย์ของอินเดียส่วนใหญ่มาจากเมืองนี้ ประวัติศาสตร์บอกไว้ว่ากษัตริย์รานาอุไดซิงห์ที่ 2 ได้เจอกับฤาษีตนหนึ่งที่ให้พรไว้และบอกว่าให้สร้างพระราชวัง ณ จุดจุดนี้ ซึ่งเป็นจุดที่แวดล้อมด้วยป่าและทะเลสาบ จะช่วยปกป้องเอาไว้ พระองค์จึงได้สร้างพระราชวังเอาไว้ พระราชวังของที่นี่จึงมีความสวยงามและอยู่ในที่ตั้งที่ดีหรือดีเฟร่อไปเลย อย่างเช่นพระราชวังในทะเลสาบ อ่ะฮ๊า… คนชอบประวัติศาสตร์อย่างเรางี้หูผึ่ง ที่นี่เค้ามีความน่าสนใจแหะ ว่าแล้วก้อเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ไม่รออะไร ไปกันเลยยยย ชาลลลลเต้!

ทริปนี้เราไม่ได้ลงสนามบินเดลลีหรือมุมไบแบบคนอื่น ๆ เค้า เราไปลงอีกเมืองนึงชื่อเมือง Ahmedabad (AMD airport) มีไฟลท์บินตรง ๆ สวย ๆ จากกรุงเทพ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Spice Jet ไฟลท์ออกเช้ามืดบ้านเรา ไปถึงเช้าตรู่บ้านเค้า จากนั้นก้อนั่งรถบัสหรือจะเช่ารถก้อได้ ประมาณ 3 ชม. ก้อถึงแล้ว ไม่ต้องเสียสตางค์เพิ่มในการซื้อไฟลท์ภายในประเทศอีกหนึ่งต่อ เก็บใส่กระเป๋าไว้กินโรตีดี๊ดีนะเธอจ๋า ระหว่างการเดินทางไป บอกเลยว่าหลายร้อยโค้งงงงงงง คือ ไม่คิดไม่ฝันว่าโค้งมันจะเยอะขนาดนี้ แต่ก้อได้อารมณ์ไปอีกแบบ เพราะวิวข้างทางโอเคเลย ไม่ถึงกับสวยปังเป๊ะ แต่ก้อมีธรรมชาติให้ดูเพลิน ๆ มีรถบรรทุกให้ดูตลอดเวลา เพิ่งรู้จากเพื่อนอินเดียอีกหล่ะว่าเมืองอุไดปูร์นี้หลัก ๆ เค้าทำอุตส่าหกรรมประเภทหินอ่อน หินแกรนิต ให้อารมณ์คล้าย ๆ จังหวะสระบุรีบ้านเรา มีการซื้อสัมปทานระเบิดภูเขาเผากระท่อม ร้านขายหินอ่อน หินแกรนิตนี่มีให้เห็นตลอดเส้นทาง รถบรรทุกเส้นนี้ก้อเลยเยอะ มีทุกขนาดทุกไซส์ ทุกยี่ห้อ วิ่งกันทั้งวันทั้งคืน มีทางอุโมงค์ลอดภูเขาใหญ่ยักษ์อลังการให้เราได้อ้าปากค้าง มีภูเขาสวย ๆ ให้ดู เปิดเพลงแขกฟังไป แทะถั่วในรถไป นั่งรถเพลิน ๆ ไป ก้อถึงแล้ว อุไดปูร์!

กระซิบไว้นิดส์นุง  : ควรเช่ารถแบบมีคนขับที่ชำนาญเส้นทาง ไม่ควรขับเองเพราะโค้งเยอะ รถบรรทุกเยอะ ไม่ใช่แค่เยอะอย่างเดียว ขับเร็วอย่างกับไม่ได้บรรทุกหินใด ๆ อยู่บนหลังรถเลย แต่ก้อน่าแปลกที่แทบจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย (ถ้าจะเช่าขับรถเองก้อไม่ยากนะ เส้นนี้เป็นถนน super highway คล้ายกับ motor way กรุงเทพออกเส้นพัทยา ขับตรงไปเรื่อย ๆ ตามป้ายไป ถึงที่หมาย ไม่มีหลงแน่นอน

20180513_0855141

การนั่งบนหลังคารถที่นี่แม้จะเป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามไว้ แต่เราจะเห็นได้บ่อย ๆ ในการเดินทางโดยเส้นทางถนน อย่างเส้นนี้จากอะเมดาบัดไปอุไดปูร์เกือบ 3 ชม. เรื่องแดดนี่เราไม่ว่ากัน แต่เรื่องเจ็บบั้นท้ายนี่ซิ เจ็บแทน!

อุไดปูร์หรือุทัยปุระ อยู่ในรัฐราชาสถาน (Udaipur, Rajastan) เราไม่ได้เลือกพักแถวริมทะเลสาบแบบที่เค้าฮ้อตฮิตกัน เพื่อนอินเดียบอกว่ามีที่พักอีกที่นึงสวยนะเธอ แล้วก้อหินวิวแบบพาโนราม่าที่ระเบียงห้องเลย ด้านหลังติดภูเขา มีสระว่ายน้ำ 2 สระ เป็นโรงแรมแรก ๆ ของเมืองนี้เลย อั๊ยหย่ะ ไม่จองไม่ได้แล้ว

20180513_1042131

20180513_1043061

20180513_1056071

การมาอินเดียไม่ได้หมายความว่าเราต้องลำบากลำบน นอนกลางดิน กินกลางหญ้าถึงได้อรรถรส ลองหาที่พักดี ๆ พักดูซักคืน ก้อได้อารมณ์แบบพจมานบ้านทรายทองดีเหมือนกันนะเธอ

พอสเต็ปเข้าไปถึงโรงแรมเท่านั้นแหละ อุแม่เจ้า ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าวังเลย โรงแรมไม่ได้เริ่ดหรู แต่ใหญ่มว๊ากกกกกก ชื่อโรงแรมเก๋ ๆ ว่า LABH GARH PALACE Resort & Spa ใหญ่โตมโหระทึก แต่ไม่วุ่นวาย เพราะความที่เป็นโรงแรมที่เปิดมานานเลยมีพื้นที่เยอะแยะมากมาก มีสองสระว่ายน้ำจริงด้วยแหะ ที่เจ๋งคือสระว่ายน้ำอันที่เล็กกว่ามีน้ำพุพุ่งออกมาด้วย เฮ้ยยยยยย ดีงามมมมมม ส่วนสระใหญ่นั่นให้อารมณ์แบบพูลปาร์ตี้ คือเสียงดนตรีอึกทึกคึกคัก ไอ่เราก้อนึกว่ามีอิเว้นท์อะไร แต่เปล่าเลย เดินเข้าสำรวจพื้นที่ใกล้ ๆ ปรากฎว่าแขกที่มาพักเค้าเอาเพลงมาเปิดกันเอง กระโดดลงน้ำกันโครมครามเหมือนเป็นสระส่วนตัวเลย ถามว่าแปลกใจมั้ย บอกตรง ๆ เลยว่าไม่แปลกใจซักกะติ๊ด เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอพี่แขกเค้าทำตัวเป็นเจ้าของทุกอย่างที่เป็นของสาธารณะ ไม่ต้องเกรงใจใคร ทุกคนที่ไปอินเดียต้องเคยเจอเหตุการณ์ประมาณว่า พี่แขกเค้าเปิดดูคลิปหรือฟังเพลงในรถสาธารณะ เช่น รถเมลล์ รถใต้ดิน โดยไม่เสียบหูฟัง คนนั้นก้อเปิด คนนี้ก้อเปิด หรือนี่คือการ battle เปิดคลิกแข่งกันแห่งชาติของเค้าฟร๊ะ! ว่าแล้วก้อไปล้างหน้าล้างตา ออกไปเปรี้ยวไปเที่ยวดูเมืองกันดีก่าเรา

20180513_1613591

ขับรถจากโรงแรมมาถึงทะเลสาบพิโชล่า (Pichola Lake) แค่ไม่กี่อึดใจ ภาพแรกที่ประทับใจคือทะเลสาบกว้างใหญ่ มีแสงอาทิตย์กระทบแผ่นน้ำแบบเป็นประกายวิบวับ วิบวับ วิบวับไปหมด วิบวับกันจริงจัง สวยยยยยยยยย รอบ ๆ ทะเลสาบมีป้อมปราการ มีพระราชวัง มีโรงแรมระดับ 5 และ 6 ดาวที่เค้าว่าแพงกระเป๋าฉีก มีพระราชวังกลางน้ำ แต่ที่ชอบมากที่สุดคือมีเด็ก ๆ กระโดดน้ำเล่นกันแบบไม่สนใจใคร เสียงหัวเราะ เสียงคิกคัก เสียงคึกคัก ดังจากกลางน้ำมาถึงตรงที่เรายืน คือเราแบบไปไม่เป็นเลย มันแบบดีต่อใจ แบบว่าใสบริสุทธิ์ดีจัง รึเราเป็นประเภทเห็นอะไรก้อซึ้งง่ายก้อไม่รู้สินะ แต่ชอบอ่ะ ยืนนิ่งอยู่งั้นอ่ะ ไม่ไปไหนแล้ว ยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว (เพื่อนคงแอบสงสัยว่าแบบ เธอ.. โอเคมั้ย บอกเลยว่าโอเฟรรรร มากกกกก)

20180513_1520241

ยืนยิ้มยืนมองทะเลสาบจนแสบตาจนสาแก่ใจแล้วก้อเริ่มก้าวย่างเท้าเข้าไปใกล้ตัวทะเลสาบ ตรงนี้มีตู้ขายตั๋วเรือสีฟ้าน่ารักคอยให้บริการอยู่ ค่าตั๋วมีหลายราคา เลือกได้ตามใจเรา
* Special luxury 8 seater boat (แปลได้ว่าเรือหรูหราเป็นพิเศษแบบ 8 ที่นั่ง
.. โอ้วว ฟังดูดี แต่จริง ๆ ก้อคือเรือเครื่องธรรมดาแต่เป็นลำเล็กที่นั่งแบบส่วนตัวได้ถ้าเราไม่อยากวุ่นวายกะใคร) ราคาคนละ 500 รูปี ต่อ 15 นาที คือหนึ่งรอบทะเลสาบ
* Motor boat 20 seater ( เรือเครื่องยนต์ 20 ที่นั่ง.. แปลตรงตัวไปมั้ย…) ราคาคนละ 250 รูปี ต่อ 15 นาที คือหนึ่งรอบทะเลสาบ

20180513_1523011

ไอ่เราเป็นประเภทชอบผู้คนอยุ่แล้ว จัดไป 250 รูปี (แต่ถ้าคนอินเดียไปซื้อตั๋ว เค้าคิดราคาแค่ 150 รูปี สงสัยเราจะหน้าเหมือนอินเดียบางส่วนบางเว้าอ่ะป่าวหว่า เค้าคิดเรามาราคาคนอินเดีย อั๊คช่า!) ในเรือมีเสื้อชูชีพให้ใส่ และบังคับใส่ด้วยนะจ้ะ กระชับใส่เข้าตัว ล็อกปุ๊บ เจ้าหน้าที่ออกเรือปั๊บ

20180513_1542091

20180513_1542471

อ๊า… ลมเย็น ๆ เริ่มปะทะหน้า สดชื่นดีจัง ทะลสาบพิโชล่านี้ถือเป็นจุดป้องกันสำคัญของเมืองอุไดปูร์ เป็นที่ตั้งของพระราชวัง 2 ที่ คือ พระราชวัง Lake Palace และพระราชวังกลางน้ำจั๊กมันดีร์ (Jagmandir) ซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกัน

พระราชวัง Lake Palace ตั้งอยู่บนเกาะจานิวาส (Janiwas) ในทะเลสาบ ใช้สำหรับการแปรพระราชฐานมาที่นี่ในช่วงหน้าร้อนของพระราชวงศ์ และภายหลังถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมมรดกทางประวัติศาสตร์

พระราชวังจั๊กมันดีร์ (Jagmandir) สร้างอยู่กลางทะเลสาบเป็นพระราชวังแรกโดยกษัตริย์การันซิงห์ สมัยก่อนใช้สำหรับงานรื่นเริงบันเทิงใจในพระราชวัง และช่วงนึงใช้เป็นที่ลี้ภัยของเจ้าชายชาห์จาฮานแห่งจักรวรรดิโมกุลสมัยที่ถูกไล่ล่าจากพระบิดาของพระองค์เองท ตำนานบอกต่อกันไว้ว่าพระราชวังแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจของชาร์จาฮานในการสร้างทัชมาฮาล อนุสรณณ์สถานแหงความรักให้กับพระชายาอันเป็นที่รักของพระองค์อีกด้วย อู้วววว เรื่องราวช่างเข้มข้นและทำให้วังแห่งนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากได้ชมความงามแล้วก้อยังได้สัมผัสร่องรอยของประวัติศาสตร์อีกด้วย

ป้อมซัจจานการฮ์ (Sajjangarh Fort) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจในหน้าร้อน ถูกสร้างโดยกษัตริย์มาฮารานา ซัจจาห์ ซิงห์ ในช่วงทศวรรษที่ 19

20180513_1533461

20180513_1540291

20180513_1544061

พระราชวังกลางน้ำจั๊กมันดีร์

20180513_1543191

โรงแรมระดับ 6 ดาว ริมฝั่งทะเลสาบ

20180513_1536061

เป็นหนึ่งในสองภาพที่ดีต่อใจเราที่สุดในการมาที่พิโชล่าแห่งนี้

ล่องเรือรอบทะเลสาบซะเพลินนนนนน วิวก้อดี ประวัตศาสตร์ก้อยิ่งดี เผลอแป๊บเดียวก้อกลับมาถึงฝั่งซะแล้ว ใช้เวลาในทะเลสาบเบ็จเสร็จประมาณ 20 นาที เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่รู้สึกดีต่อใจมากจริง ๆ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าการที่เราได้รู้เรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของสถานที่นั้น ๆ มันจะทำให้เราซึมซับสิ่งรอบตัวในที่ที่นั้นได้มากขึ้นจริง ๆ (แต่ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนรักการถ่ายรูป ชอบดื่มด่ำธรรมชาติ อันนี้ก้อไม่ว่ากันนะจ้ะ สไตล์ใครก้อสไตล์ใคร จัดกันไปตามใจว่าเลยจ้า)

บริเวณฝั่งเป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ มีต้นไม้ เงาไม้ ให้เราเดินเล่นเพลิน ๆ แล้ว….. เราก้อไปสะดุดตากับสิ่งหนึ่งคือกองผ้าสีสรรต่าง ๆ ที่วางอยู่ข้างทาง มอง ๆ ดูแล้ว ลักษณะแบบนี้คงไมได้มาวางขายเสื้อผ้าแน่นอน แล้วมันคืออะไรหล่ะ ยืนสังเกตดูซักแป๊บถึงบางอ้อว่าอ๋ออออออ เค้ามีให้เช่าเสื้อผ้าสไตล์ราชวงศ์โมกุลให้ถ่ายรูปกับทะเลสาบจ้า เก๋มว๊ากกกกกก ให้อารมณ์คล้าย ๆ กับเราไปเมืองโบราณแล้วต้องใส่ชุดไทย หรือไปเมืองนาราที่ญี่ปุ่นแล้วต้องเช่ากิโมโนใส่ยังไงยังงั้นเลย แหมมมม ที่อินเดียนี่เค้าก้อมีเหมือนกันนะเธอจ๋า

20180513_1522341

อาภรณ์ที่ราชวงศ์อย่างเรา ๆ แวะเช่าใส่ถ่ายรูปได้ ใช่จ้า วางกันง่าย ๆ แบบนี้เลย เหมาะกับคนมีชาติตระกูลอย่างเรา ^__^

20180513_1558171

ห้องเปลี่ยนอาภรณ์ไม่มีนะเธอจ๋า หยิบ ๆ จับ ๆ จ่ายสตางค์แล้วมาโพสต์ท่าถ่ายรูปได้ ง่าย ๆ สไตล์อินเดี๊ย อินเดีย อัคช่า!

เดินมาอีกซักนิด ยิ่งไปกว่าความเก๋คือความเริ่ด! คือมีอูฐให้ขี่เล่นรอบทะเลสาบด้วย เอาซิ๊! แต่งตัวให้เต็มยศแล้วขี่อูฐถ่ายรูปซะเลย จัดเต็มกันไป แถมได้ชมความงามรอบทะเลสาบแบบราชนิกูลราชกุมารด้วยนะ เลอค่ามากมาย

20180513_1550231

พี่่ซิงห์แกบอกราคามาเบาๆ ที่ 100 รูปี ต่อ 10 นาที นั่งได้ 2 คน เฉลี่ยแล้วคนละประมาณ 100 รูปี (50 บาท)

สะบัดตัวเองออกจากห้วงอารมณ์ราชวงศ์แล้วก้อเดินชมนกชมไม้มาอีกซักนิด ก้อเจอกับบึงขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนเหมือนกัน ที่นี่มีเด็กชายตัวน้อย ๆ ถอดเสื้อถอดกางเกงกระโดดน้ำกันสนุกสนานเหมือนเด็กอีกกลุ่มนึงที่เราเห็นกระโดดน้ำเล่นในทะเลสาบพิโชล่าเลย มีทั้งว่ายน้ำเล่น เอาอุปกรณ์ต่าง ๆ มาทำให้ลอยน้ำเหมือนห่วงย่าง หรือใช้ถังเกาะลอยน้ำตีขากันไป เรานั่งทิ้งเวลาอยู่ตรงนั้นนานเลยทีเดียว ปล่อยใจให้ตัวเองเพลินไปกับความบริสุทธิ์สดใสของเด็ก ๆ ใจนึงก้อคิดว่าเฮ้ย เราน่าเอาชุดว่ายน้ำมาด้วยแหะ จะได้ลงไปโดดน้ำเล่นให้เด็กตกใจเล่น! อ่ะ ล้อเล่นน๊ะ วัฒนธรรมที่อินเดียนี่ยังคงหนาแน่นเรื่องผู้หญิงต้องสงวนตัว ไม่ว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ชายนะจ้ะ (นอกจากในเมืองใหญ่ ๆ แต่แม้ในเมืองใหญ่ก้อมีการแยกสระว่ายน้ำชาย-หญิง หรือแบ่งช่วงเวลาว่ายน้ำ ไม่ว่ายรวมกัน)

20180513_1554051

 

20180513_1551201

ภาพนี้เป็นภาพที่สองที่ส่วนตัวเราคิดว่าดีต่อใจ ได้พลังงานดี ๆ บางอย่างกลับมาที่ตัวเราเอง 🙂

เสียดายที่มีเวลาน้อยไปนิด เลยไมได้แวะชมที่อื่น ๆ ด้วย ไว้ถ้ามีโอกาสไปคราวหน้า จะมาบอกเล่าเก้าสิบเมืองอุไดปูร์กันอีกซักรอบน๊ะ บอกได้เต็มปากเลยว่า เป็นความงามและความโรแมนติกจริง ๆ แล้วเจอกันใหม่ที่อุไดปูร์

The best trips of one’s life stay close to the heart, always. And the memories are always on the mind, aren’t they?
ทริปที่ดีที่สุดในชีวิตของแต่ละคนจะคงอยู่แนบชิดในหัวใจเสมอไป และความทรงจำเหล่านั้นจะยังคงฝังอยู่ในจิตใจตลอดไปเช่นกัน ใช่มั้ยคะ
(by anonymous – โดย นิรนาม)

 

ติดตามคลิปเพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ (Youtube : chamshanti)

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *