เที่ยวคนเดียว

solo

ฮ้ลโหล ๆ … กำลังวางแผนจะเดินทางกันอยู่รึเปล่าจ้ะ

จุดหมาย :  คอนเฟิร์ม
พาหนะ :    คอนเฟิร์ม
ที่พัก :        คอนเฟิร์ม
ลางาน :      เรียบร้อย
เดอะแก๊งค์: พร้อมยิ่งกว่าพร้อม
ลุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!

เพื่อน A : แก ชั้นไปไมได้หว่ะ จู่ ๆ ก้องานเข้า เจ้านายให้ไปประชุมกับลูกค้าแทนอ่ะดิ ขอโทษทีนะ
เพื่อน B : อ่าว แกไม่ไปเหรอ ไงดีอ่ะ แล้วชั้นจะสนุกมั้ย เอาไงดี แกไม่ไป งั้นชั้นไม่ไปด้วยดีกว่า
เพื่อน C : เอไม่ไป ทำไมบีต้องไม่ไปด้วย ตัวติดกันเหรอ พวกเราก้อไปกันตั้งเยอะ จะไม่สนุกได้ไง (ซีแอบน้อยใจ)
เพื่อน A : โฮ่ แก แล้วจะให้ทำไง บี แกก้อไปกับเพื่อน ๆ ซิ ไว้เราไปกับใหม่คราวหน้าก้อได้
เพื่อน B : ไม่เอาอ่ะ ไอ่ซีโกรธแล้ว ไปตอนนี้ก้อไม่สนุกแล้ว งานนี้ไม่ไปแน่นอน ขอถอนตัว
เพื่อน D-E-F-G:     #$%^&**)*&^%$#@

บลา… บลา… ไก่ .. กา …. หมา .. แมว … และแล้ว ทริป ก้อ ล่ม!

แล้วคนอื่น ๆ หล่ะ เซ็งมั๊ย …. โคตรเซ็ง!
เกิดขึ้นบ่อยมั๊ย…     บ่อยเท่าที่จะจำความได้!

ตัวฉันเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการไปเที่ยวแบบหมู่คณะ แต่ครั้งแรกที่ตัดสินใจเดินทางคนเดียว (นักเดินทางคนเดียว = solo traveler) …. เชื่อว่าคุณคงเคยเป็นเหมือนกัน .. จัดทริปกันเสร็จสรรพเตรียมเก็บกระเป๋า ชุดว่ายน้ำใหม่ แว่นกันแดดใหม่ พาวเวอร์แบงก์ใหม่ที่ชาร์จได้แสนล้านรอบ นัดกันมั่นเหมาะ แต่แล้วจู่ ๆ เพื่อนคนนี้ติดงานกะทันหัน พอเพื่อนคนนี้ไม่ไป คนนั้นก็พลอยจะไม่ไปด้วยเหมือนกัน เหลือไปน้อยคนก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาอะไร แต่หลายครั้งมันเซ็งตรงที่ “ทริปล่ม” !! ไม่นะ ก้อฉันอยากไป ตั้งใจไว้แล้ว แพลนไว้แล้ว อยากไปใจแทบจะขาด นั่งดูปฏิทินไปนับถอยหลังไปทุกวันๆ … เพื่อนไม่ไป แฟนไม่ (ให้) ไป แล้วทำไมฉันต้องอดไปด้วย … ใช่มั๊ย มีเพื่อนไปด้วยก้อดี แต่ถ้าไม่มีเพื่อนไป ฉันก้อลั้ลลาออกไปดูผู้คนดูโลกกว้างทางไกลได้ จัดไป! ครั้งแรกของการเดินทางคนเดียวอาจจะออกแนวน่าหวั่นใจนิด ๆ น่ากลัวหน่อย ๆ  แต่เชื่อเถอะว่าการเดินทางที่วางแผนไว้อย่างรอบคอบจะทำให้คุณท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและได้อะไรดี ๆ กลับมาทำให้อิ่มในใจได้แน่นอน

solo-2

ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน (อู้วววว อย่าพยายามเดาอายุอิชั้นเลยค่ะ) มีสาวอวบร่างกลมคนนึงเดินวกไปวนมาอยู่ในงานท่องเที่ยวที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ (แน่นอนว่าคือ ฉันเอง) บูธนั้นก้อมีแพกเกจดี บูธนี้ก้อมีทริปน่าสนใจ จนในที่สุดสายตาของฉันก้อไปโป๊ะหยุดอยู่ที่แพกเกจเที่ยว 3 ประเทศ : ไทย + มาเลย์ + สิงคโปร์ ราคาไม่กี่พันบาท เดินทางโดยรถบัส ลำพังเงินเดือนสมัยนั้นก้อพอจ่ายได้ มีแวะเที่ยวหาดใหญ่ด้วย เข้ามาเลย์แล้วได้ไปมะละกาอีกต่างหาก พาสปอร์ตก้อไม่ต้องใช้ คนไทยใช้บัตรผ่านแดนได้ ใช่เลย! ควักโทรศัพท์ออกมาโทรหาทุกคนบนโลกที่พอจะนึกออก … แต่ไม่ว่างกันเลยซักคน ทำไงดี เอาวะ กำมือซ้ายทาบไว้ที่อก แล้วกำมือขวาชูขึ้นบนฟ้า.. ลุยเดี่ยว! สู้มั้ย .. สู้! และแล้วการเดินทางคนเดียวของฉันก้อได้เริ่มต้นขึ้นจาก ณ บัดนั้นจนถึงบัดนี้

การเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ทุกอย่างล้วนมีอุปสรรค แต่เราต้องมองให้ถูกที่ถูกทางนะ ฉันคิดแบบนี้ ทริปแรกนั้นไปคนเดียวก้อจริง  ฉันก้อเลือกเที่ยวแบบปลอดภัย ไปกับคณะทัวร์ ซึ่งไม่มีอะไรน่ากลัวซักเท่าไหร่ แต่ทริปต่อ ๆ ไปนี่ซิ ไปคนเดียว ล้วน ๆ กับร่างกลมผมสั้นนี่หล่ะ มีแต่เรากับเรา ก้อใจมันบินไปอยู่จุดหมายตรงนั้นแล้ว ก้อต้องรีบนำร่างจัดแจงตามไปให้ได้ ไม่ต้องรออะไร … เอาหล่ะ สิ่งสำคัญในการเดินทางคนเดียวคือการเตรียมตัว ข้อมูลต้องพร้อม ต้องแน่น เพราะเราจะไม่มีใครเป็นคู่คิดคู่ปรึกษา ณ เวลานั้น ๆ เลย คนท้องถิ่นก้อพอจะเป็นตัวช่วยได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่เท่าที่เจอคือ อีกคนบอกไปทางซ้าย อีกคนบอกไปทางขวา เอ๊า นี่พี่เป็นคนเมืองเดียวกันรึเปล่านี่ ช่วยกันงงเข้าไปใหญ่!  รึจะไว้ใจถามคนแปลกหน้า ก้อไม่ดี ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้นค่ะ

sign-in-india

(บรรทัดที่ 2 -3 – 4 คือ… บอกทีว่าจะให้ฉันไปไหน ??)

ส่วนตัวฉันมีหลักในการเตรียมตัวเบื้องต้นแนว ๆ นี้
วางแผนการเดินทาง : จะไปไหนบ้าง เดินทางยังไง รถเมลล์ รถไฟ รถทัวร์ ขึ้นลงตรงไหน ถ้ามีออกเป็นเฉพาะรอบ ควรจะเช็คตารางเวลาเดินรถไว้ด้วย จะดีมาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียว นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน ฯลฯ หลายครั้งที่เราเตรียมตัวไปคิดว่าดีแล้ว แต่ไปจบที่การยืนงเป็นไก่ตาแตกอยู่แถวสถานีรถใต้ดินหรือรถไฟฟ้าก้อบ่อยไป

ยาสามัญประจำตัวและไม่สามัญ: ฉัน… กลายเป็นคนติดยาถ้าต้องเดินทาง …มั๊ย.. เอาเข้าจริง ๆ ฉันว่าเราควรจะติดยานะ แต่หมายถึงพกยาไว้หน่ะ ไม่ใช่เสพย์ยาอะไรเทือกนั้น เพื่อนที่น่ารักของฉันคนหนึ่งบอกว่าเรื่องนี้ก้อสำคัญนะ โดยเฉพาะถ้าจะเดินทางคนเดียว เรื่องยาสามัญ เช่น แก้ไข้ แก้หวัด แก้ปวดท้อง ฯลฯ นี่ขาดไม่ได้เด็ดขาด ตัวอย่างเช่นปีก่อนโน้นฉันไปหาเพื่อนเลิฟนางนี้ที่ยุโรป ก่อนเดินทางฉันคงจะเม้าท์มอยมากไปหน่อย เคลียร์งานมากไปนิด ลำคอเลยสำแดงอาการดื้อออกมาโดยส่งเสียงไอกระด่อกกระแด่กค่อกค่อกแค่กแค่กแค่เพียงหนึ่งวันก่อนวันเดินทาง (แล้วก้อไอยาวววววไป) ฉันงี้แทบจะติดไอพ่นพุ่งไปที่ร้านขายยาหน้าปากซอยแล้วกอบยามาหนึ่งกระบุงโกย เพื่อนบอกว่าดีที่เตรียมยามาพอเพียง ไม่งั้นทริปนั้นคงจะสนุกน้อยลงไปอีกมาก หรือไม่ก้อไปหมดตัวกับค่ายาทางโน้นเพราะเค้าไม่ได้จ่ายยากันง่าย ๆ แบบบ้านเรา ต้องหาคุณหมอก่อน มีใบสั่งยา หรือใบรับรองแพทย์แล้วค่อยมาซื้อยาได้ .. สำคัญจริง ๆ นะเรื่องหยูกยานี่ จัดให้พร้อม!

japan-train-station

การเลือกที่พัก : เลือกบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวพักกันเยอะ ๆ อย่าเพิ่งเลือกไปพักแบบสันโดษ ปลีกวิเวก ก้อเข้าใจว่าไม่มีใครอยากอยู่กับอะไรที่คนเยอะแยะ แต่ถ้าเราไปสถานที่นั้นครั้งแรก ไปคนเดียว พักในจุดที่มันเป็น hot spot จะดีกว่า เหตุผลคือ คนท้องถิ่นบริเวณนั้นจะสื่อสารภาษาอังกฤษระดับพื้นฐานได้ อย่างเช่น ถ้าคุณไปญี่ปุ่น ถ้าไมได้เลือกพักในย่านนักท่องเที่ยว เค้าก้อจะโน๊ะ ๆ เน๊ะ ๆ ใส่คุณ แล้วคุณก้อต้องแบ๊ะ ๆ กลับไป อาจจะไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมาทั้งสิ้น อีกอย่างนึงคือย่านที่คึกคักแบบนี้จะมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ค่อนข้างเยอะ มีที่พักให้เลือกแบบที่เราต้องการในราคาที่จ่ายได้ free wifi นอกจากนั้นก้อยังมีศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวต่าง ๆ  (Travel info center) เรียงรายให้เราได้เข้าไปจกแผนที่ฟรี ส่วนลดฟรี และอีกล้านแปดฟรีตามที่หน้าสวย ๆ ของเราจะกล้าเข้าไปหยิบไปถามได้ ส่วนการออกไปดูธรรมชาติหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ นั้น โดยทั่วไปแล้วจุด hot spot จะมีรถสาธารณะหลายประเภทและเข้าออกเยอะกว่าจุดอื่น ๆ หรืออีกวิธีนึงในการชมเมืองคือ จะเลือกซื้อทัวร์แบบหนึ่งวัน (one day tour) กับเคาท์เตอร์ทัวร์ในละแวกนั้น (ถ้ามี)

อย่าสนิทสนมกับคนแปลกหน้ามากเกินไป : ต่อให้คุณไปเจอเพื่อนใหม่คนนี้ที่ร้านน้ำชากาแฟ  ร้านหนังสือ ร้านเพลงคลาสสิค หรือจะที่ไหนก้อตามแต่ ต่อให้คุยกับถูกคอถูกใจแค่ไหนก้อตามแต่ ต้องท่องเอาไว้ในใจว่า เรายังไม่รู้จักเค้าดี มีหลายครั้งที่ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่ คุยเพลิน คุยไปคุยมาจนร้านปิด เค้าถามไปคุยต่อที่ห้องฉันมั๊ย อ่า … อันนี้ต้องสูดหายใจเข้าไปให้ลึกกกกกก แล้วหยุดคิดก่อนนิดส์นุง แล้วบอกว่า ไปคุยต่อที่ห้องฉันดีกว่า… ไม่ช่ายยยยยย!! หากจะสนิทใจกับใคร ต้องดูหลาย ๆ อย่างประกอบกันให้แน่ใจก่อนดีที่สุด
ทำความรู้จักกับคนท้องถิ่น – นี่หล่ะนะ คงจะเป็นที่มาของคำว่า “เจ้าถิ่น” คือ คนพื้นที่จะรู้จักแทบทุกอย่างในถิ่นของเค้า ร้านไหนอร่อย ร้านไหนดี เจ้าของร้านไหนชอบแอบเม้าท์ลูกค้า ของร้านนี้สด ร้านนั้นเก่า ตรงนี้มีทางลัด ตรงโน้นมีดอกไม้บาน ฯลฯ ที่สำคัญคือเรื่องความมีเสน่ห์ ความมีน้ำใจ และความปลอดภัย หลายครั้งที่ฉันได้คุณน้าใจดีที่บ้านนี้ทำอาหารอร่อย ๆ มาให้กิน คุณลุงบ้านโน้นมานั่งกระดกเหล้ายาดองกันไปคุยกันไปยามแดดร่มลมตก คุณพี่เกสต์เฮ้าส์นั้นพาไปจุดชมวิวที่เฉพาะชาวบ้านเท่านั้นถึงจะรู้ วันไหนที่ฉันจะออกไประเริงทั้งวันก้อจะบอกคุณเจ้าของที่พักเอาไว้ นอกจากได้คำแนะนำดี ๆ ในการไปสถานที่นั้น ๆ แล้ว คุณเจ้าของที่พักก้อจะคอยช่วยดูช่วยแลว่ามีใครเข้ามาบริเวณที่พักเรามั้ย เป็นน้ำใจแสนงามที่เรามักจะได้รับอย่างเกินความคาดเดาเสมอ และเมื่อเราเดินทางไปกลับไปเยือนอีกครั้ง เราก้อไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับที่นั่นอีกต่อไป (เรื่องราวการเดินทางกับคนท้องถิ่นนี่ก้อเป็นอีกเรื่องที่จะต้องเขียนแยกอีกโพสต์นึงกันเลยทีเดียว มีเรื่องราวน่ารัก น่าประทับใจก้อแยะ แต่แบบน่ากลัวก้อมี งานฮาก้อมา ไว้ติดตามกันต่อไปนะคะ)
เงินสด : ควรจะสำรองเผื่อไปด้วยให้เกินจากงบประมาณที่ตั้งไว้อีกนิดหน่อย เผื่อในกรณีฉุกเฉิน เช่น เครดิตการ์ดแม่เหล็กเสีย ไม่มีตู้กดเงิน ฯลฯ หันซ้ายก้อเจอแต่ลม หันขวาก้อเจอแต่ธาตุอากาศ ทีนี้หล่ะจะพึ่งใคร… ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น แม่ฉันเคยสอนเอาไว้ “เหลือ ดีกว่า ขาด” ฉันเห็นด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ต้องเผื่อไปเยอะเกินนะ เกรงว่าต่อมช้อปปิ้งจะทำงานแรงกว่าที่มันควรจะเป็น!
อย่าขาดการสื่อสารกับคนที่บ้าน : ออกไปโลดโผนโจนทะยานมาทั้งวันทั้งคืน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน ถึงที่พักแล้ว ควรจะบอกให้คนที่บ้านรับรู้ว่าเรากลับมาอย่างปลอดภัยในแต่ละวันแต่ละคืน วันไหนขยันหน่อยก้อวีดีโอคอลเม้าท์มอยกัน วันไหนขี้เกียจ เจอรถติด เจ็บจิ๊ดที่ปลายผม เลือดลมไม่เดิน อย่างน้อยก้อควรจะส่งข้อความไปแปะไว้ในแชทหรือในโซเชี่ยล “ถึงที่พักแล้ว” “ฝันดี” “แค่นี้นะ” หรืออะไรก้อได้ให้คนทางบ้านรู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ปลอดภัยสบายดี แต่ถ้าทุกวันมันถี่เกินไป มันไม่ฮิป ไม่กิ๊บเก๋ อย่างน้อยวันเว้นวันก้อยังดี ณ จุดจุดนี้ ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ บางทีบางทริปเดินทางกันทีเป็นสิบวันยี่สิบวัน ถ้าคุณหายไปซักวันนึง คนทางบ้านจะได้มองหาความช่วยเหลือได้ทันท่วงที แต่อีกทางนึงฉันก้อเข้าใจนักเดินทางหลายคนที่ไม่ได้อยากจะมาติดพันกับเทคโนโลยีหรืออะไรทำนองนี้ระหว่างทริป แต่อย่างน้อย… คุณอาจจะก่อกองไฟ ส่งสัญญาณควันให้ลอยไปถึงบ้าน หรือจะส่งจดหมายติดขานกพิราบสื่อสารไป ก้อไม่ว่ากัน .. ไม่ทางใดก้อทางหนึ่ง ตามที่แต่ละคนแต่ละสไตล์สบายใจกันเลย

ช่วงปีหลัง ๆ มานี่ เพื่อนฉันหลายคน ออกเดินทางคนเดียวกันเยอะมากขึ้น อาจเป็นเพราะข้อมูลต่าง ๆ หาง่ายขึ้น การเดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น การติดต่อสื่อก้อง่ายมากขึ้น .. ฉันเริ่มได้ยินคำเหล่านี้มากขึ้น “แฟนไม่ไป แต่ฉันก้อจะไปเองได้นะ” หรือ “พวกเธอไม่ไปก้อไม่เป็นไร ยังไงฉันก้อไป ไว้จะเที่ยวเผื่อ” อย่างที่บอกไว้ตอนต้น การเที่ยวกับคนรัก เที่ยวกับเพื่อน เที่ยวกับครอบครัว นั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าโอกาสมันไม่อำนวย การเดินทางคนเดียวก้อเป็นอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ที่น่าจะลองเปิดโอกาสให้ตัวเอง ได้อยู่กับตัวเอง ใช้เวลากับตัวเอง เราจะรู้จักตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้การแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้มากขึ้นด้วย

เคยมั้ย ที่บางครั้งเวลาหลังจากไปไปเที่ยวกลับมาแล้ว คุณพึมพัมกับตัวเองในใจซ้ำไปซ้ำมาว่า “รู้งี้ (กู) ไปเที่ยวเองคนเดียวดีกว่า…. ” ฉันคิดว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตของเราเองที่ได้ออกไปชื่นชมโลกใบนี้ด้วยตัวเองและกับตัวเองเท่านั้น แล้วมุมมองความเข้าใจชีวิตการมองผู้คนบางมุมของคุณจะเปลี่ยนไป

“The man who goes alone can start today; but he who travels with another must wait till that other is ready.” (คนที่ออกเดินทางเพียงลำพังสามารถเริ่มได้วันนี้ แต่คนที่เดินทางกับอีกคนหนึ่ง จะต้องรอจนกว่าคน ๆ นั้นจะพร้อม)
– Henry David Thoreau

solo-3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *