พาสปอร์ต .. . ใครคือใคร Identity

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเดินทางไปที่ไหน แน่นอนว่าเราต้องมีหนังสือเดินทาง (passport)

หนังสือเดินทางคือการแสดงตัวตนของคุณ หรือเปรียบง่าย ๆคือเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของคุณแต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษให้คนทั้งโลกได้รับรู้รับทราบว่าคุณคือใครมาจากไหน อายุเท่าไหร่และลึกไปกว่านั้นที่ไม่มีใครเห็นได้ด้วยตาเปล่าในบาร์โค้ด มันคือรายละเอียด (ยิบ!) ว่าคุณเป็นลูกเต้าเหล่าใคร บ้านช่องอยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ผมสีอะไรหงอกกี่เส้น ทำสีผมมาแล้วกี่ครั้ง สักคิ้วมากี่มิติ ฯลฯ รายละเอียดต่าง ๆเหล่านี้สำคัญมาก ก่อนที่คุณจะขึ้นเครื่องบินทางสายการบินจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคุณคือคนในหนังสือเดินทางนั้นจริงขึ้นไฟลท์นัมเบอร์นี้ของวันนี้จริงมีวีซ๋าเบอร์นี้สอดคล้องกับหนังสือเดินทางเล่มนี้จริง เป็นต้น

285998

เมื่อ 3 – 4 ปีก่อนมีกรณีที่เกิดขึ้นจริงกับบริษัทของเพื่อนฉันเองซึ่งให้บริการคุณผู้หญิงสองคนไปเข้าคอร์สทำศัลยกรรมทำหน้าที่เกาหลีแบบยกเซ็ท (“ยกเซ็ท” ขอย้ำ) ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีจนถึงวันกลับเก็บกระเป๋าครบถ้วน ขึ้นรถมุ่งหน้าสู่สนามบินอินชอนเช็คอินที่เคาท์เตอร์สายการบินเรียบร้อยสายการบินแปะสติ๊กเกอร์บนกระเป๋าเดินทางส่งต่อเข้าสายพานลำเลียงเพื่อนำการโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบินต่อไปลูกทัวร์สองนางนี้ก็เดินเฉิดฉายด้วยใบหน้าใหม่ที่สวยงามถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองขาออก (ตม.) เจ้าหน้าที่แดนกิมจิรับหนังสือเดินทางจากมือของสาวนางแรกพลิกไปพลิกมา พลิกดูแล้วก็เงยหน้ามองเจ้าของหนังสือเดินทางเล่มนั้นพลิกแล้วพลิกอีก ดูแล้วดูอีก จากนั้นเริ่มยกหูโทรศัพท์หาใครบางคนซึ่งคงไม่ใช่การโทรสั่งพิซซ๋าหรือจาจางเหมี่ยนเดลิเวอรี่อย่างแน่นอนจากนั้นผู้ชายวัยกลางคนในชุดเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาปรากฎร่างยืนทะถึงใบหน้าไร้ซึ่งรอยยิ้มตามต่อหน้าสาวนางนั้นทางหัวหน้าทัวร์ซึ่งยืนเป็นคิวถัดไปเห็นท่าว่าคงจะไม่ดีซะแล้วจึงเข้าไปช่วยเจรจาส่งภาษาอังกฤษที่ฝั่งนั้นก็ไม่ค่อยจะเข้าใจหรือภาษากิมจิที่ฝั่งนั้นส่งมาก็ไม่ค่อยจะเข้าถึงก้านสมองการแปลภาษาของฝั่งนี้คุยกันไปคุยกันมาจนเมื่อยเหงือกลุกลามเข้าไปถึงกรามชั้นในซี่ที่ 436 สรุปใจความได้ว่าเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ลูกค้าคนนั้นประทับตราออกนอกประเทศด้วยเหตุผลที่ว่า ใบหน้าในหนังสือเดินทางกับใบหน้าจริงไม่ตรงกันคือไม่เหมือนกันเลย! โอ……. เคยได้ยินแต่ที่เค้าเล่าต่อกันมาแต่นี่คือเรื่องจริงผ่านจอที่กำลังเกิดขึ้นอยุ่ตรงหน้า!ทีนี่ก็ฮากันเจ็บลิ้นปี่หล่ะทางหัวหน้าทัวร์ต้องงัดเอกสารทุกสิ่งอย่างที่มีในชีวิตให้เจ้าหน้าที่ดูและอธิบายให้เข้าใจว่าลูกค้าคนนี้มากับกรุ๊ปนี้ มาทำศัลยกรรมทั้งหน้า ทำให้หน้าเปลี่ยนไปมีใบเสร็จจากโรงพยาบาล โรงแรมที่พักช่วงมาทำและรักษาตัวมีไฟลท์มาไฟลท์กลับดังนี้ ฯลฯ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ยอมเข้าใจไม่ต้องเข้าห้องเย็น (*ห้องเย็น*ส่วนตัวฉันใช้คำนี้เรียกห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตม.) ตัวอย่างนี้เป็นเคสแรกๆที่กระแสศัลยกรรมเกาหลีพลิกชีวิตมามีผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าคลื่นยักษ์กระทบฝั่งศรีลังกาเล่นเอาสับสนอลหม่านกันไปทั้งโอปป้าและพี่ไทย

อีกเคสนึงที่ชวนให้อะเลออลังวังก้ามากขึ้นไปอีกเกี่ยวกับพาสปอร์ต VS แก๊งค์เจ้าหน้าที่ตม. คือเคสของคุณผู้หญิงข้ามเพศ ประมาณ 8 – 9 ปีก่อนหน้านี้ถือว่ามีความเข้มงวดมาก (*ขอย้ำว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่ปัจจุบันนี้*)ตม.บางประเทศจะไม่

อนุญาตให้ชายแต่งหญิงหรือหญิงแต่งชายเข้าประเทศเลยถ้าในหนังสือเดินทางขึ้นต้นด้วยคำว่า Mister (นาย) จะมาใส่กระโปรงเสื้อลูกไม้ ไม่ได้เด็ดขาด หรือถ้าขึ้นต้นด้วยคำว่า Miss / Mrs. (นางสาวหรือนาง) ก็เช่นกัน จะมีหนวดมีเคราไม่ได้ … เอาหล่ะซิอย่างที่เราทุกคนรู้กันว่าหัวหน้าทัวร์ส่วนใหญ่ที่เป็นคุณผู้หญิงข้ามเพศนั้นมีเยอะทีเดียวความยากลำบากในการผ่านด่านตม.นี่หล่ะเป็นตัววัดฝีมือหัวหน้าทัวร์ข้ามเพศขั้นเทพตัวจริง!ซึ่งในสมัยนั้นจะไม่แปลกใจเลยถ้าคุณลูกทัวร์จะเห็นหัวหน้าทัวร์ผู้งดงามเปรียบประดุจเจ้าหญิงหงส์หยกจากดาวอันโดรเมดร้าจะแปลงร่างเป็นชายหนุ่มใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทขณะเดินทางจุดตรวจคนเข้าเมืองและแน่นอนเจ้าหญิงหงส์หยกคนเดิมจะแปลงร่างกลับมาเจอกับลูกทัวร์อีกครั้งที่จุดรับสายพานกระเป๋า…จ้ะ .. เจ้าหญิงกลับมาแล้ว… ปรบมือ รัวๆๆๆๆๆ

โหหหววววว … รายละเอียดในหนังสือเดินทางนั้นสำคัญจริง ๆ !

มาถึงจุดจุดนี้แล้วหลายคนอาจจะเริ่มเป็นกังวลว่า แล้วเลนส์บิ๊กอายหล่ะคะโอเคมั้ย หนูจะต้องถอดออกก่อนเข้าจุดตรวจหรือเปล่า ขนตาปลอมอีก 4 แผงที่แปะไว้ ผมหนูอีกหล่ะ เนี้ยะ เพิ่งทำสีชมพูหกใส่มาตรงผมม้าปลายผมหนูทำสีแดงหกใส่ ฯลฯ คือ…อยากจะสะกิดไหล่บอกน้องเบา ๆ ว่าไม่ต้องกังวลค่ะตราบใดที่โครงร่างและโครงหน้าของคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนอย่างเจ๊สองคนนั้นที่เกาหลีก็เชิด ๆ เริ่ด ๆ สะบัดบ็อบยื่นหนังสือเดินทางให้เค้าตรวจได้เลย.. อ่ะเค๊!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *