นมัสเต อินดี้..อินเดีย

นมัสเต อินเดีย .. เพลียมั๊ย ขอบอกเลยว่าโหดมันส์ฮาได้ใจสไตล์พี่ซิงห์สุด ๆ หลายคนอาจจะกำลังลังเลว่า อืมมม อินเดีย ไปซักทีจะดีมั๊ยน๊ะ น่ากลัวรึเปล่า จะกินอาหารอินเดียได้มั๊ย ถ้ามีกลิ่นโรตีโชยออกมาจากไรขนจักกะแร้ของคนข้างๆหล่ะ และอื่น ๆ อีกร้อยแปด ฟังเรื่องดีมาก้อเยอะ เรื่องแย่มาก้อแยะ เอาไงดี  อ่ะแฮ่ม จะบอกว่าจริง ๆ แล้วโพสต์นี้ก้อช่วยอะไรคุณไม่ได้มากนะ อ่าววววว… เหตุผลคือ คนเราต่างจิตต่างใจ กินแกงกะหรี่ชามเดียวกันอีกคนอาจจะบอกว่าอร่อย อีกคนอาจจะบอกว่าไม่อร่อยใช่ป่าว เอาเป็นว่่า ฉันไปอินเดียมาก้อหลายรอบ มีเพื่อนชาวอินเดียก้อเยอะ เลยมีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในบางด้านบางมุมที่อาจจะไปกระตุกต่อม masala อันเผ็ดร้อนในตัวคุณให้เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแล้วไปสัมผัสดินแดนภารตะนี้ด้วยตัวเองดูซักทีก้อเป็นได้ ทำไมหน่ะเหรอ ส่วนตัวฉันคิดว่าอินเดียเป็นอีกประเทศนึงที่มีสเน่ห์มากๆ อินดี้ได้ใจ ไม่ลองไปดูก้อไม่รู้นะเออออออ

taj-mahal-1

ทัชมาฮาล บรรยากาศรื่นรมย์ผสมกับสถาปัตยกรรมสวยงาม ต้องมาด้วยตัวเองนะถึงจะอิน บอกเลย

 

ว่าแล้วก้อจัดแจงแพ็กกระเป๋า ไปกัน นาววววว อ๊ะ อินี่ไม่ได้นะจ้ะนายจ๋า การไปอินเดียสำหรับพาสปอร์ตคนไทย ต้องขอวีซ๋าก่อนไปนะจ้ะ ไม่ใช่นึกจะไปก้อไปได้เลย การขอวีซ๋าไม่ยากเลย ทำได้ 2 วิธี คือ
1) ขอกับตัวแทนทำวีซ๋าของสถานทูตอินเดีย : หลักฐานที่ใข้ก้อเป็นหลักฐานในการขอวีซ๋าทั่วไป พาสปอร์ต รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน ฯลฯ ไม่ต้องแสดงสถานะทางการเงินอะไรทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้การขอวีซ่าขอแต่ละครั้ง จะได้วีซ่าท่องเที่ยวที่เข้าออกได้เพียง 2 ครั้งภายใน 6 เดือน แต่เดี๋ยวนี้มีความเก๋ไก๋ไฉไลมาก คือได้ 1 ปีไปเลย เข้าออกกี่ครั้งก้อได้ (multiple entry) ดีงามมมมรามซิงห์! ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วันก้อได้แล้ว จะไปรับพาสปอร์ตคืนด้วยตัวเอง หรือให้เค้าส่งไปรษณีย์มาให้ถึงหน้าบ้านเลยก้อได้ ฮัดช่า! (ต้องออกเสียงว่าอั๊กช่าถึงจะถูก คำว่า Accha ภาษาฮินดีแปลว่าดี) หรือถ้าเดินทางไม่บ่อย จะยื่นแบบ e-visa ก้อได้

2) ขอ e-visa คือขอทางออนไลน์ได้ : อันนี้จะเหมาะกับกรณีที่เราต้องไปอินเดียด่วน ไม่มีเวลาไปขอวีซ่ากับทางตัวแทนฯ สามารถขอวีซ่าทางออนไลน์ได้ สะดวก รวดเร็ว จ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าทางบัตรเครดิตออนไลน์ได้เลย ทางอินเดียจะตอบกลับทางอีเมลล์เร็วมาก บอกอีกครั้งเลยว่าเร็วมากกกก เหมือนมีร่างสิงอยู่ในอีเมลล์ แต่การขอวีซ๋าแบบนี้จะมีข้อจำกัดคือ ในหนึ่งปีจะขอ e-visa ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ค่าธรรมเนียมเท่ากันกับการขอทางตัวแทนฯ แต่จะเข้าได้เพียงครั้งเดียว และถ้ากรอกรายละเอียดผิด ส่งรูปไปผิดไซส์ หากโดนปฏิเสธการให้วีซ๋า ก้อจะเสียค่าธรรมเนียมไปเปล่า ๆ ส่วนตัวฉันเคยโดนมาแล้ว กดส่งรูปไปผิดไซส์ วีซ๋าครั้งเดียว โดนชาร์จไปสองรอบ แพงกว่าวีซ่าไปยุโรปเลยทริปนั้น น้ำตาไหล …โทษใครไมไ่ด้ .. สำหรับ e-visa นี้จะใช้ได้ในการแลนดิ้งกับบางสนามบินเท่านั้น ต้องตรวจสอบกับทางสถานทูตก่อนทุกครั้งนะจ้ะ

(*อัพเดทข้อมูลวีซ่า ณ วันที่ 10 ตค. 2560* กรุณาตรวจสอบใหม่ทุกครั้งก่อนทำการยื่นวีซ่า)

hotel-3-stars-1

ห้องพักโรงแรมระดับ 3 ดาว พยายามเลือกดูที่เค้าเพิ่งปรับปรุงห้องใหม่ จะได้ห้องพักที่สะอาดสะอ้าน นอนได้ ไม่มีเพื่อนอะไรมาไต่ตอม

วีซ่าพร้อม ตั๋วเครื่องบินพร้อม แล้ว… ที่พักหล่ะ เลือกยังไงดีหว่า แนะนำง่าย ๆ เลยว่า ถ้าไปอินเดียเป็นครั้งแรกให้เลือกที่พักที่ใกล้กับแหล่งชุมชน เช่น ย่านช้อปปิ้ง ถ้าในมุมไบก้อจะมีตลาด lady market  หรือ Colaba ที่เป็นแหล่งนักท่องเที่ยว ถ้าในเดลฮีก้อมีแถวใกล้สถานีรถไฟหลัก จะมีที่พักให้เลือกเยอะสไตล์ถนนข้าวสาร หรือย่าน CG (Connaught Place) จะออกแนวเหมือนสยามบ้านเรา คือเป็นแหล่งรวมช้อปปิ้งของคนทุกเพศทุกวัย แต่ราคาที่พักจะค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่จะมีโรงแรมระดับ 4 – 5 ดาว กลับมาที่คำถามว่า ทำไมต้องพักในย่านที่วุ่นวายแบบนี้ด้วย คำตอบง่ายนิดเดียว ก้อย่านแบบนี้จะมีของกินให้เลือกเยอะเยอะมากมายหลายประเภท อย่างที่เรารู้กันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของคนที่ไปเที่ยวอินเดียคือกินอาหารอินเดียไม่ได้ กลิ่นเครื่องเทศเอย สมุนไพรเอย ฯลฯ อาจจะแรงเกินไปสำหรับบางคน ชาอินเดียยิ่งเข้มข้นเค้าว่ายิ่งดีเน้นนมเยอะ ๆ น้ำตาลแยะ ๆ  หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กินอาหารอินเดียไม่ได้ ก้อมีตัวเลือกอื่น ๆ ให้จัดกันได้ตามใจปรารถนา ส่วนตัวฉัน..ไม่มีปัญหา กินได้ ดื่มได้ หลับสบาย ซัดให้เรียบ! หรือจะเลือกพักโรงแรมที่ไม่ใกล้ย่านช้อปปิ้งก้อได้แล้วเลือกกินอาหารในโรงแรม แต่…ต้องแน่ใจว่าเค้ามีอาหารนานาชาติในเมนูด้วย เอ๊ะ นี่กำลังบอกว่าบางโรงแรมมีแต่เมนูอาหารอินเดียเหรอ ถะ…ถะ .. ถูกต้องนะค๊าบบบ ไม่เชื่อก้อต้องเชื่อ ทริปแรก ๆ ที่ฉันไปอินเดีย เช็คอินได้ห้องปุ๊บ เปิดเมนูปั๊บ หน้าแรกก้อแล้ว หน้าสองก้อแล้ว ไปยันหน้าสุดท้าย มีแต่อาหารอินเดีย! ที่เด็ดกว่านั้นคือบางโรงแรมเป็นเมนู vegetarian ล้วนๆ คือไม่มีเมนูเนื้อสัตว์เลยจ้า… โอ้วววววว.. หลังจากนั้นฉันก้อประจักษ์แก่ใจว่าคนอินเดียส่วนใหญ่กินมังสวิรัติกัน งานนี้จากอินเดียฉันวนกลับมาถึงบางอ้อแล้วก้อดึงสติกลับไปที่อินเดียอีกรอบ อาฮ่า… โอเค ฝังข้อมูลนี้ไว้ในรอยหยักสมองร่องที่ร้อยสิบแปด

washroom-bucket

ไม่เอ๊ะ ไม่อ๊ะ กันหล่ะตัวเธอ… บอกไว้ตรงนี้เลยว่าสิ่งเลอค่าอันนี้มีในห้องน้ำเกือบทุกที่พัก ตั้งแต่เกสต์เฮ้าส์ยันโรงแรม 5 ดาว คนอินเดียก้อมีติดการตักอาบเหมือนกัน อารมณ์ประดุจดั่งการนั่งตักน้ำอาบอยู่ริมฝั่งลุ่มคงคา

แอบกระซิบนะว่าเรื่องที่พักนี่ถ้าในไม่เด็ดจริง ฉันแนะนำให้พักในโรงแรม เอาแบบระดับ 3 ดาวขึ้นไป จะไม่ค่อยเจอภาพกีฬามันส์ ๆ จากพวกโรงแรม 1 – 2 ดาวหรือเกสต์เฮ้าส์ เช่น ผ้าเข็ดตัวที่แลดูมีประวัติการใช้งานมาอย่างโชกโชนถึงแม้ว่าทางที่พักจะบอกว่านี่คือผ้าที่ซักมาแล้วก้อเถอะ หรือเสียงจากเพื่อนข้างห้องที่ทะลุผ่านกำแพงอันบางเบาประดุจไม้กระดานแผ่นบาง ๆ กันไว้เพียงแผ่นเดียวอีกเล่า …. นี่ยังไม่นับความสะอาดระดับเทพยังไม่กล้าเข้าไปใช้ในห้องน้ำนะ ดังนั้น.. จ่ายแพงอีกนิด พักโรงแรมดีกว่า แต่ก้ออีกหล่ะ… แร้นแต่จายยยย สไตล์ใครสไตล์มันนะตัวเธอ

ป่ะ ทีนี้ไปกันเล๊ยยยยย… สนามบินในตัวเมืองใหญ่ ๆ เช่น มุมไบ เดลฮี มีความโอ่โถง ใหญ่โต สวยงาม ทางรัฐบาลอินเดียทยอยปรับปรุงมาเรื่อย ๆ (เมื่อหลายปีก่อน สนามบินจะค่อนข้างมืดทึม เพดานต่ำ บรรยากาศมาคุหน่อย ๆ ได้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในถ้ำหรือเมืองใต้ดิน) ระบบต่าง ๆ ทันสมัยได้มาตรฐาน รถเข็นกระเป๋า สายพาน ฯลฯ ออกมาด้านนอกโรงแรมก้อจะมีจุดบริการรถเมลล์เข้าเมือง หรือแท็กซี่ประเภทต่าง ๆ ให้ได้เลือกใช้บริการ

del-airport-1

del-airport-3

ด้านหน้าสนามบินเดลลี

บริเวณด้านหน้าสนามบินส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแนว ๆ นี้

prepaid-taxi-counter

จุดบริการจองแท็กซี่แบบจ่ายเงินก่อนแล้วค่อยขึ้นนั่ง อยุ่บริเวณด้านหน้าสนามบิน บางสนามบินจะมีให้บริการด้านในก่อนจะถึงถนนด้านนอก ก้อแล้วไต่ใจสไตล์อินดี้อินเดีย

อย่างไรก้อดี ณ จุดจุดนี้ เรื่อง taxi ถ้าเป็นไปได้ ควรจะจองจากทางที่พักให้มารับจะดีกว่า ฉันเจอกับตัวเองมา 2 – 3 ครั้งในการลองใช้ Prepaid taxi ตรงหน้าสนามบิน (คือเค้าจะมีเคาท์เตอร์แบบนี้ไว้บริการ เราก้อบอกเค้าว่าจะไปไหน จากนั้นเค้าจะให้เราจ่ายค่ารถก่อนแล้วค่อยเรียกรถเข้ามารับ) ฉันจ่ายเงินสำหรับรถแท็กซี่แบบมีแอร์ (เรียกว่า A/C taxi อ่านว่า เอซีแท็กซี่ เราไปบอกเค้าว่าแอร์คอนแท็กซี่นี่เค้าเกาหัวใส่เลยนะ) พอรถมาเสยปุ๊บรถกลายร่างเป็นแบบ no a/c ปั๊บ พอไปถามที่เคาท์เตอร์ ก้อได้คำตอบมึน ๆ กลับมาว่า ตอนนี้มีแต่แบบไม่มีเอซี ยูจะเอามั๊ย ถ้าไม่เอา ก้อเอาเงินคืนไป คือออออินดี้มาก ๆ ไม่ง้อลูกค้า เอออวววววุ้ย เอาไงหล่ะ เออ ไปก้อได้ แล้วไหนหล่ะส่วนต่างระหว่างไม่มีเอซียูกับมีแอร์คอนของฉัน แล้วพี่เค้าก้อหยิบแบง 100 รูปีมาแปะไว้ตรงเคาท์เตอร์ หืมมมม.. ต่างกันแค่ 50 บาทไทย! รู้เลยว่าเค้ากำลังโกงแน่ ๆ แต่ก้อเอาวะ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จำใจขึ้นรถแท็กซี่แบบไม่มีแอร์คอน (air-con) ปุเลงเข้าไปในเมือง….. ถ้าคิดว่านี่คือเหตุการณ์เดียวเกี่ยวกับพี่แท็กซี่หล่ะก้อ หึหึ … มาดูที่อีกสนามบินนึงกันก่อน ลองอีกจ้า ฉันประเภทต้องรู้ว่าแต่ละเมืองจะเหมือนกันมั๊ย เผื่อเมืองนี่พี่แท็กซี่เค้าอาจจะมีดีก้อด้ายยย อ่ะ ว่าแล้วก้อจ่ายสตางค์สำหรับเอซีแท็กซี่เป็นที่เรียบร้อย “ok ยู ยู เวท เฮียร์” อ่ะเคร ให้ฉันรอรถที่นี่ก้อที่นี่ อ่ะ รอ… ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก … 10 นาทีแล้ว ทำไมรถยังไม่มา “เอ่อ.. excuse me รถยูกำลังจะมาใช่มั้ย” ฉันส่งภาษาไป พี่ซิงห์ส่ายหน้าส่ายคอใส่ชั้นแล้วบอกมานิ่ง ๆ ว่า “เยสสส ยู เวท เฮียร์” อ่ะ.. ด้ายยย รอ… 15 นาทีก้อแล้ว ทำไมรถยังไม่มาอีก เดินไปถามเค้าอีกรอบ พี่ซิงห์ปรายตามองแล้วบอกเนิบ ๆ ว่า ยูจ่ายแบบเอซีแท็กซี่ก้อต้องรอเพราะรถไม่ค่อยมี รอประมาณครึ่งชั่วโมงนะ หรือถ้าไม่อยากรอก้อเอาเงินคืนไป อ่าววววววเฮ้ยยยยยย.. อินดี้อินเดียอีกแล้ว! ก้อตอนจ่ายเงิน ฉันถามแล้วนะว่ารอนานมั๊ย พี่ซิงห์บอกฉันว่าแป๊บเดียว ยู เวท เฮียยยยร์ … แอร๊ยยย.. ฉันทำอะไรไม่ได้ นอกจากมองหน้าพี่แกแล้วสะบัดนิ้วชี้ไปตรงจุดที่เค้าให้รอ บอกเน้น ๆ คำไปว่า “โอเค  เ -ี้ ย !” แปลว่า กูววว รอ “ตรงนี้” นะ!

india-taxi-no-ac

A/C กับ No A/C taxi อยากได้แอร์เหรอ หึหึ ก้อแค่ปิดกระจกแล้วเปิดแอร์ไง แต่จะถูกชาร์จเพิ่ม หรือถ้าเป็นแท็กซี่มีแอร์อีกแบบนึง (ตามรูปด้านล่าง) จะใช้มิเตอร์สำหรับรถเปิดแอร์ ซึ่งมิเตอร์ตัวนี้จะวิ่งเร็วกว่าแท็กซี่แบบไม่เปิดแอร์ (ปกติแท็กซี่ที่อินเดียจะไม่เน้นเปิดแอร์ ก้อนั่งลมโกรกกันไป ผมปลิวสะบัดกันไป ดมควันกันไป ก้อชิลไปสไตล์อินดี้..อินเดีย (อีกแล้ว)

ac-cap

แท็กซี่แบบมีแอร์อีกแบบ อันนี้จะไฮโซหน่อย ส่วนใหญ่คนขับจะพูดภาษาอังกฤษได้ และแน่นอน ไม่ว่าเราจะแท็กซี่คันไหน คนขับจะพยายามสบตาผู้โดยสารต่างชาติอย่างเรา ๆ พร้อมกับโปรยยิ้มหวาน แล้วเอ่ยถามว่า “มาดาม อยาก ซื้อ สาหรี่ มั๊ย อิ นี่ ไอ พา ไป ด้ายยยย นะ นาย จ๋า” … เอ่อ …..ครือ …

นี่แค่ความมันส์สเต๊ปแรกหลังจากออกมาจากสนามบินนะ… ไปค่ะ โพสต์หน้าเราเข้าตัวเมืองกัน

แปะไว้ : ถ้าเราต้องบินด่วนแล้วแลกเงินรูปีหรือเงินดอลล่าร์ไม่ทัน สนามบินนานาชาติในเมืองใหญ่อย่างมุมไบ (Mumbai) หรือเดลฮี (Delhi) รับแลกเงินไทยเป็นเงินรูปีด้วย (Indian Rupee, INR) แน่นอนว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะแพงกว่าแลกจากข้างนอกนะจ้ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *