ตกหลุมรักเมืองเกียวโต-โอซาก้า

กระหน่ำโตเกียวกันอย่างสาแก่ใจแล้ว เราก้อเดินทางกันต่อไปยังแถบคันไซ ตะลุยกันต่อ ไม่ต้องรออะไรแล้ว! จริง ๆ แล้วใจฉันจดจ่อรอคอยที่จะมาแถบนี้มากกว่าเมืองหลวงอย่างโตเกียว ไม่ใช่เพราะว่าฉันเคยมาโตเกียวแล้ว การเที่ยวเมืองใหญ่ก้อสนุกไปอีกแบบ แต่ถ้าเลือกได้ ส่วนตัวฉันชอบเมืองเก่าที่มีประวัติความเป็นมา เวลาเดินเที่ยวอารมณ์มันเหมือนจิตฉันลอยไปแปะอยู่กับหินแต่ละก้อน อิฐแต่ละบล็อก ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ยังงั้นเลยเหรอ! เอออออ มันได้ฟิลลิ่งฝุด ๆ  ได้ความรู้สึกแบบลึก ๆ ล้น ๆ แต่อบอุ่นอยู่ข้างในใจยังไงไม่รู้ . ใจมันเต้นทุกครั้งที่จะได้ไปเมืองที่มีเรื่องราวมีที่มาที่ไป เช่น การต่อสู้อันทรงเกียรติของขุนศึกขุนนาง ซามูไร ฯลฯ และก้ออีกหล่ะ ที่เมืองแบบนี้จะมีเรื่องราวความรักโรแมนติกของทหารผู้กล้าและสาวคนรัก รวมไปถึงเรื่องรักต้องห้าม เกอิชา เจ้าหญิง สายสืบ รักสามเส้า และอีกมากกกกกกมาย แค่นึก ก้ออินแล้ว ตื่นเต้ลลลลลลลล

พื้นที่แถบคันไซ (Kansai) นี้มีกันทั้งหมด 6 จังหวัดคือ เกียวโต (Kyoto) โอซาก้า (Osaka) นารา (Nara) เฮียวโงะ (Hyogo) วาคายาม่า (Wakayama) มิเอะ (Mie) และชิกะ (Shiga) การเดินทางจากโตเกียวมาแถบนี้ไม่ยากเลย ส่วนใหญ่จะมาปักหลักเริ่มต้นกันที่โอซาก้า เราขึ้นรถ JR สถานีโตเกียว (Tokyo station) มาที่ปลายทางสถานีโอซาก้า (Osaka station) สังเกตให้ดี ณ จุดจุดนี้ เราขึ้นรถ JR ได้แค่ 2 สายเท่านั้นคือสาย JR Hikari และ JR Kodama แต่แนะนำให้ขึ้นสาย Hikari จะดีกว่าเพราะเป็นรถด่วน จอดแค่ 50 สถานี รวมแล้วใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เกือบ 3 ชั่วโมง (ในขณะที่สาย Kodama เป็นรถเร็ว จะจอดประมาณ 100 สถานี)
หมายเหตุ:
ถ้าเราขึ้นรถไฟผิดขบวน ก้อไม่ต้องตกใจ ไปได้เหมือนกันถ้าสถานีโอซาก้าอยู่ในเส้นทางนั้น ๆ  แต่เราจะต้องจ่ายส่วนต่างของค่าโดยสารเพิ่มกับเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วตอนเค้าเดินมาตรวจภายในรถ (ส่วนต่างคือต้องดูว่าตั๋วเราเป็นตั๋วประเภทไหน และรถขบวนที่เราขึ้นไปเป็นขบวนอะไร)

jr-1

ที่พื้นจะมีเส้นแบ่งสีไว้ เราต้องดูให้ดีว่าเราถือตั๋วโดยสายประเภทไหน ต้องขึ้นตู้ไหน แล้วก้อไปต่อให้ตรงซองตรงแถวที่จะขึ้นรถชินคังเเซนให้ตรงประเภทได้เลย พอเข้าไปในรถไฟปุ๊บ เราก้อจะอยู่ในตู้โดยสารของเราปั๊บ พอดิบพอดี ไม่ต้องลากกระเป๋าเดินทะลุตู้โดยสารตุ้นั้นตู้นี้ให้วุ่นวาย ดีเน๊อะ เป็นระบบระเบียบเรียบร้อย

20161129_1004291

ร้านค้าบนสถานีรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟสายธรรมดา หรือรถไฟ JR จะมีร้านค้าให้บริการอยู่บนสถานี เราสามารถซื้อขนมหรือข้าวกล่องเข้าไปทานในรถไฟได้ ที่นี่เค้าทำบรรจุภัณฑ์และอาหารต่าง ๆ ได้อย่างดีงาม ไม่ส่งกลิ่นรบกวนคนนั่งข้าง ๆ

20161129_1040101

ภายในตู้โดยสารรถไฟชินคังเซน สะอาด สะดวกสบาย

20161129_1134121

ที่ชาร์จก้อมีนะเธอออออ จะแอบอยู่ตรงพื้น ต้องสังเกตนิดนึง

20161129_1125541

ถ้าเราพลาด ไม่ได้ซื้อขนมหรือข้าวกล่องตุนไว้ เค้าก้อมีเดินขายในรถไฟนะจ้ะ

20161129_1100181

วิวระหว่างทางโตเกียวไปโอซาก้า

ถึงสถานีโอซาก้า ยู้ววววฮู้วววววว! ที่เมืองนี้ เราเลือกที่พักอันสะดวกสบายสไตล์อพาร์ทเม้นท์ เพราะเราอยู่กัน 5 คืน 5 คน เฉลี่ยราคากันแล้วถือว่าโอเคอยู่ ที่พักเป็นแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น มีส่วนของครัวเล็ก ๆ และแยกส่วนของห้องน้ำออกไป แยกห้องอาบน้ำกับห้องสุขา เริ่ด ๆ ที่พักสไตล์นี้จะไม่รวมอาหารเช้า แต่เราก้อไม่แคร์ โนพร็อพเบลม เพราะเราเลือกที่พักใจกลางย่านของกินเป๊ะ! 24 ชม. กินกันได้ทั้งวันทั้งคืน ไหนจะร้านดริ้งค์ดรั๊งค์แดร๊งค์อีก โอ้วววววว ข้อแนะนำในการจองที่พักแบบนี้คือ ให้เลือกที่พักที่เจ้าของห้องหรือเจ้าของบ้านตอบแชทเราไว แปลว่า เค้าใส่ใจ เต็มใจให้บริการ ตอบคำถามเราได้ไวแบบเหมือนมีร่างสิงอยู่ในแชทยิ่งดี แบบนี้จะช่วยเราในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ช่วงเราเดินลากกระเป๋าไปที่ห้องครั้งแรกนี่หล่ะตัวดีเลย ถ้าเราหลงแล้วเจ้าของห้องไม่ตอบเรา ณ บัดนั้นเลย สถานการณ์จะดำดิ่งลงทันที บรรยากาศมาคุเข้าครอบงำตั้งแต่สเต็ปแรกที่เราย่างเข้าเมือง ไม่รู้จะลากกระเป๋าเข้าบ้าน AF หลังไหน ฉันชอบตอนสุมหัวกับเพื่อน ๆ ช่วยกันหาห้องพัก ย่านไหนดี ที่ไหนโอเค มันได้อารมณ์ดี เหมือนเรากำลังล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าเลยนะว่ามั้ย ใครหาที่พักได้ดีกว่า ราคาสวยกว่า ก้อเอออนะแก ชั้นเจอที่นี่ ส่วนเพื่อนอีกนางนึงก้อจะแบบ……เอออแก๊ ชั้นก้อเจอที่นั่น อย่างโง้นอย่างงั้นอย่างงี้ หนุกดีนะ ฮาดี สรุปที่พักเรา ณ จุดจุดนี้แฮปปี้ดี๊ด๊า พักอัดกันได้แต่ไม่ถึงกับเบียด เดินจากสถานีโอซาก้าไม่เกิน 15 นาที อาหารเครื่องดื่ม 24 ชม. มีตั้งกะข้าวปั้นยันปิ้งย่าง

เอาหล่ะ เดินทางมาไกลขนาดนี้ หึหึ อย่าหวังว่าเราจะเหนื่อย รื้อข้าวรื้อของออกมาเรียบร้อย แต่งองค์ทรงเครื่อง เวลาบ่าย ๆ แบบนี้ เราตัดสินใจไปเดินกันเล่นๆ ดูนั่น ดูนี่กันที่ย่านช้อปปิ้งกูลิโกะ (รู้แล้วซินะว่าที่ไหน) อันนี้ฉันเรียกของฉันเองนะ จริง ๆ เค้ามีชื่อญี่ปุ่นเก๋ ๆ ว่าย่านนัมบะ ชินไซบาชิ อุเมดะ ฉันจัดหมด บ่ายยันค่ำ เอาให้จบ ใครฝากอะไรมา อ่ะ จัดให้หมด วันนี้แค่นั้น พรุ่งนี้จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ อ่ะ ช้อปๆๆๆๆๆๆๆๆ จ่ายๆๆๆๆๆ ช้อปปปปปปๆๆๆ  !! กลับถึงที่พัก วางข้าวของกองพะเนินเสร็จแล้วถามว่าเหนื่อยกันม๊ายยยย พลังราเม็งเราไม่หมดกันง่ายๆ ว่าแล้วก้อออกไปตะลุยกินดื่มกันให้ฉ่ำจายยยยยย (ดูเพิ่มเติมจากกระทู้ อุมามิ อาหารการกินในญี่ปุ่นต่อได้นะจ้ะ กินดื่มที่นี่ถูกมว๊ากกกกก ออกไปเปรี้ยวกันทุกคืนบอกเลย!)

20161129_1735171

ถนนช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ.. ยาววววมากกกกก ขาช้อปจะเลิฟที่นี่นะ ร้านค้าเยอะ ร้านขนม ร้านกาแฟก้อเยอะ ทั้งช้อปทั้งชิมกันได้ทั้งวัน

17-08-29-21-00-24-089_deco1

17-08-29-20-59-11-190_deco1

ดึกแล้ว แต่นัมบะ-ชินไซบาชิ ยังคงคึกคักคักคึก

เข้าเมืองเกียวโต (Kyoto)

เช้าแล้วซิจ้ะ เตรียมตัวนะจ้ะ สวย ๆ ค่ะไปด้วยตั๋ว JR เหมือนเช่นเคย ใช้ให้คุ้มค่ะบัตรโดยสารนี้เราต้องใช้ให้คุ้ม มาปักหลักเริ่มต้นกันที่สถานี Shin-Osaka ปลายทางคือ Kyoto station โดยใช้รถไฟสาย JR Kyoto Line รถไฟออกทุก ๆ 15 นาที ไม่ต้องรีบต้องร้อน …..

ว่ากันด้วยเรื่องสถานี Shin-Osaka เป็นสถานีที่ใหญ่บะเรอะบะเต๋อ! กางแผนที่กันสุดฤทธิ์จะเข้าประตูไหนดี ออกประตูไหนหนอ หรือต่อรถไฟที่ชานชาลาอะไร น่าประทับใจตรงที่เจ้าหน้าที่เค้าสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้น่ารักมาก แม้จะต้องใช้ภาษามือประกอบบ้าง จิ้มกันแผนที่แทบจะทะลุบ้าง แต่พี่เค้าเต็มใจให้บริการด้วยรอยยิ้มตลอด เดี๋ยวโค้ง เดี๋ยวโค้งใส่เราตลอด เรางี้โค้งกลับกันแทบจะไม่ทัน อันไหนที่ไม่รุ้ ตอบไม่ได้ เค้าก้อจะเดินไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นมาตอบเราจนได้ ประทับใจมาก ๆ เลย เพราะงั้นเธอ ๆ ไม่ต้องกลัวเรื่องการต่อขบวนรถไฟไม่ถูกหรือจะขึ้นผิดชานชาลานะจ้ะ ที่ประทับใจสุดเลยคือคุณลุงประจำสถานีนี้นี่แหละ เราโก๊ะ ๆ กัง ๆ กันอยู่ว่าจะไปต่อสาย Kyoto Line ตรงไหน เพราะในชานชาลาเดียวกัน ณ จุดจุดรอเดียวกัน เค้ามีรถไฟมาจอดหลายสาย ซึ่งแต่ละสายมีความคล้ายคลึงกันมาก แตกต่างกันตรงเวลาที่รถไฟจะออกจากสถานีเท่านั้นเอง เราไปยืนรอกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดตามจุดที่คุณลุงเค้าเดินมาชี้ให้ถึงที่ว่ารอกันตรงนี้นะ พอรถมาปุ๊ป เราดูแล้วว่าเออ คันนี้แหละ เขียนแล้วว่าเกียวโต ก้อกระโดดขึ้นปั๊บ คุณลุงเค้าเดินมาอย่างเร็วแรงแซงทางโค้งดึงพวกเราออกมาจากรถ พวกเรางี้ งงเด้ งงเด้ เฮ้ย เราทำอะไรผิดกฎเค้ารึเปล่านี่!! ทำไมเค้าไม่ให้เราขึ้นรถเค๊าหล๊า…..!!! ทุกคนออกมายืนนอกรถไฟกันหน้าตาเอ๋อเหลอ คุณลุงเค้าเลยอธิบายด้วยน้ำเสียงรายเรียบว่าว่า ไม่ใช่ขบวนนี้ ของพวกเธอเป็นขบวนถัดไปที่ต้องรออีก 1 นาที แต่รอตรงนี้แหละ …. ว่าแล้วคุณลุงโค้งให้หนึ่งที แล้วก้อเดินไปเนิบ ๆ ค่อย ๆ เฟดหายไปในฝูงชน ปล่อยพวกเราทิ้งไว้กับความงุนงงแต่ก้อไม่ลืมที่จะโค้งขอบคุณกลับไป….. เฮ้ย คือ แบบ รักเลย ขอบคุณนะคุณลุง พวกเรามองหน้ากันแล้วแบบไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่อมยิ้มให้กัน แต่ละคน….. เก็บความประทับใจ ณ จุดจุดนี้กลับไปกันแล้วคนละดอก ปลื้มปริ่ม..สุขล้น บอกเลย

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก้อมาถึงจุดหมายเมืองเกียวโต ภายในสถานีจะมี Tourist Information เดินมาเรื่อย ๆ เกือบถึงทางออกสถานี จะเจอห้องตั๋วนี้อยู่ด้านซ้ายมือ สะดุดตา หาง่าย เดินเลี้ยวซ้ายดิ่งเข้าไปเลย ไปติดต่อกับคุณเจ้าหน้าที่ใจดีเพื่อซื้อตั๋วรถบัสแบบเที่ยวหนึ่งวัน (Kyoto City Bus One Day Pass)บัตรราคา 500 เยน + มาพร้อมกับแผนที่เส้นทางรถเมลล์ในเกียวโตและสถานที่เที่ยวต่าง ๆ ตามเส้นทางรถนี้ ระบบเค้าดีเยี่ยมจริง ๆ ทำให้เราเที่ยวเองได้ง่ายมาก ๆ ได้ตั๋วรถแล้วก้อเดินออกมาด้านนอก จะเจอท่ารถเมลล์แต่ละสายเข้าซองจอดรอเรา จะขึ้นคันไหน ก้อไปเข้าซองนั้นแล้วก้าวขึ้นรถได้เลย ดีงาม..

20161130_1153221

ตั๋วรถบัสแบบเที่ยวหนึ่งวัน (Kyoto City Bus One Day Pass) ดีไซน์น่ารักตามสไตล์ญี่ปุ่น

เราเริ่มต้นลงจุดแรกที่ปราสาทนิโจ้ (Nijo castel) แต่ก้อต้องถอยทัพกลับเมื่อเจอกับจำนวนคนอันหนาแน่นที่จุดขายตั๋ว ฉันและเพื่อน ๆ เน้นเที่ยวสบาย ๆ ไม่ชอบความแน่นขนัดของผุ้คน ตัดสินใจกันได้แล้วก้อมาตั้งหลักรอกันที่ป้ายรถเมลล์อีกรอบ จุดต่อไป เน็กซ์ สเตชั่น อีสสสสส ปราสาททองคินคะคุจิ (Kinkakuji-temple) ใช่แล้ว! วัดนี้นี่หล่ะที่เราเห็นกันในการ์ตูนอิ๊กคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา วัดนี้เดิมเป็นปราสาทของท่านโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสุ ไม่ใช่วัดอังโคะคุจิแต่อย่างใด ทางเข้าด้านหน้าเป็นสวนสวยแบบญี่ปุ่น ตลอดเส้นทางเดินเข้าไปถึงตัวปราสาทจะมีต้นไม้เล็กใหญ่ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามให้เราได้เลือกดูเป็นอาหารตาและสูดอากาศดี ๆ เข้าไปเป็นอาหารให้แก่ปอดของเรา มีทั้งต้นบอนไซ ต้นซากุระ และต้นอื่นๆ  อีกมากที่ไม่รู้ชื่อ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ มันร่มรื่นแล้วก้อสวยยยยยย ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงต้นไม้ออกดอกพอดี มีดอกไม้สีแดง ส้ม เหลือง ชมพู แย่งกันอวดดอกสวยให้เราได้ชื่นชมกันใหญ่ เดินเข้าไปเรื่อย ๆ ไม่ทันจะเหนื่อย ก้อจะเห็นตัวปราสาทสีทองอยู่กลางน้ำเด่นอยู่ที่ด้านหน้า ปราสาทหลังไม่ใหญ่ แต่สีทองงงงงงงสุดๆ! แบบว่าถ้ามาตอนแดดจัด ๆ นี่คงต้องใส่แว่นกันแดดกันเลยทีเดีย ผู้คนเริ่มหาหยุดเดิน มองหามุมถ่ายรูปกันยกใหญ่ แต่กระซิบบอกอะไรให้เอามั๊ย แนะนำให้เดินต่อไปอีกซักนิด อย่าเพิ่งหยุดตรงจุดแรก ตรงจุดด้านในนั้นจะถ่ายรูปปราสาทและบึงน้ำได้ชัดกว่า ไม่ต้องเบียดใครด้วย ได้มุมสวยเก๋ เหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย ลองดูน๊ะ

20161130_1340501

 

20161130_1343231

ปราสาททองคินคะคุจิ (Kinkakuji-temple)

เดินเพลิน ๆ มาเรื่อย ๆ ก้อถึงทางออกซะแล้ว ออกมาแวะชิมไอติมชาเขียวกันซักนิด แก้เหนื่อยกันซักหน่อย แล้วก้อมาหยุดที่สถานีรถบัสเพื่อไปยังจุดหมายถัดไปคือ วัดน้ำใส (Kiyomizu temple)

รถเมลล์ใช้เวลาในการวิ่งไม่นานเราก้อมาถึง จุดที่จะลงนี้สังเกตไม่ยาก เราจะเห็นศาลเข้าสีแดงอยู่กลางสามแยกไฟแดงเป๊ะ นั่นหล่ะ ให้ลงป้ายถัดไป แต่ว่าศาลเจ้าสีแดงนี่ไม่ใช่วัดน้ำใสนะจ้ะ ต้องเดินไปอีกประมาณ 2 ป้ายรถเมลล์ แล้วจะเจอทางเข้าเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือ บอกเลยว่าเล็กมากแล้วก้อเป็นภาษาญี่ปุ่น ไม่มีภาษาอังกฤษ แต่ก้อไม่ยากอีกหน่ะล่ะ คือซอยที่เป็นทางเข้านั้นเราจะเห็นผู้คนหลั่งไหลเดินกันเข้าไปเยอะๆๆๆๆๆๆ เราก้อเดินแห่ตามเค้าเข้าไปเลย เจอวัดเลยมั๊ย ม่ายยยยยย บอกเลย วัดนี้เราต้องมีกำลังขาที่แข็งแรงในการขึ้นไปชม เพราะทางเดินขึ้นไปเป็นทางขึ้นเขา โอ๊ววว ทางขึ้นเขาไม่เท่าไหร่ เราเตรียมพร้อมมาแล้ว แต่ความคับคั่งของผู้คนนี่ซิ คือออออ มองไปทางไหนก้อเห็นแต่ผู้คนแบบหัวต่อหัว แทบไม่เห็นพื้นที่ถนน พวกเราสูดหายใจกันหนึ่งเฮือกแล้วก้อสืบเท้าก้าวกันลุยเข้าไป สู้เขาทาเคชิ!

 

 

20161130_1633221

วัดน้ำใส (Kiyomizu temple)

ไอ่ที่ฉันคิดว่าจะเหนื่อยจะล้าผู้คนนั้น น่าแปลกที่มันไม่เป็นแบบนั้นเลย อาจะเป็นเพราะร้านรวงต่าง ๆ ข้างทางมันช่างน่ารักคิขุโนเน๊ะจริง ๆ แวะซื้อไอ่นู่นกินนิด ซื้อไอ่นี่ชิมหน่อย แต่ที่เพลินตาจริง ๆ คือ บรรดาสาว ๆ ที่แต่งตัวสีสันสดใสในชุดกิโมโนที่มีให้เห็นอยู่ตลอดระยะทางการเดินขึ้นวัด บ้างก้อแวะหยุดถ่ายรูปเล่นกันบ้าง หัวเราะกันไป ยิ้มกันไป คือมันดีอ่ะ ชอบบบบบ ด้วยความสนใจใคร่รู้ของฉัน ฉันแวะร้านเช่ากิโมโนในละแวกนั้นเพื่อพูดคุยให้หายข้องใจว่าทำไมสาว ๆ ใส่กิโมโนที่นี่เยอะจัง เจ้าของร้านแอบอมยิ้มแล้วตอบฉันว่า จริง ๆ สาว ๆ พวกนี้ใช่คนญี่ปุ่น หลัก ๆ เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมเช่ากิโมโนใส่แล้วเดินเล่นถ่ายรูปในเมืองเกี่ยวโต อ๋ออออออ ฉันงี้ถึงบางอ้อเลย ไม่ใช่สาวชาวญี่ปุ่น ถ้าจะถามว่าความรุ้สึกฉันแย่ลงมั๊ย ก้อไม่นะ อย่างน้อยมันก้อเป็นความสวยงามของสาว ๆ ในชุดกิโมโมที่มันเข้ากับเมืองเก่าอย่างเกียวโตได้เป็นอย่างดี กลมกลืน สำหรับฉัน ฉันว่าโอเค แอนด์เป็นการสร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นอีกด้วย ว่าแล้วฉันก้ออมยิ้มน้อย ๆ โค้งขอบคุณโอะเน่ซังเจ้าของร้าน และเดินจากมา .. ค่อย ๆ ก้อชูกำปั้นขึ้นที่หน้าอก แหงนหน้าขึ้นฟ้า สูดหายใจลึก ๆ แล้วบอกกับตัวเองให้ก้าวเท้ามุ่งหน้าขึ้นสู่วัดน้ำใสต่อไป

20161130_1637091

20161130_1623071

สิ่งที่เห็นอยู่ด้านหน้าคือ เราจะเห็นทางเข้าวัดอันใหญ่โตมโหระทึกตระง่านต้อนรับเราอยู่ ฉันขึ้นไปตอนนั้นเป็นเวลาเกือบเย็นแล้ว แสงสีทองสาดเข้ามากำลังสวยเลย ดอกไม้สีแดงส้มชมพูสลับกับสีน้ำตาลอ่อนบ้างแก่บ้าง สวยงาม สำหรับฉันคือ เวลาหยุดที่นี่ ฉันเก็บรูปวิวสวยไว้ในมือถือไม่ถึง 10 ภาพ แล้วฉันก้อเอามือถือเก็บเข้ากระเป๋า ฉันหยุดตรงระเบียงเพื่อชมความงามของดอกไม้และทิวเขา สลับกับแสงสีแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟา ฉันเห็นบางคนพยายามหามุมดี ๆ ในการถ่ายรูปตัวเอง ไปมุมนั้น มุมนี้ แลดูรีบร้อน ฉันพลางคิดในใจ เค้าจะมีจังหวะได้ชื่นชมวิวสวย ๆ รอบตัวบ้างมั๊ยนะ ช่วงเลาแบบนี้ฉันเลือกที่จะเก็บภาพสวยไว้ในใจให้มากที่สุด… ตอนนี้หลับตาก้อยังเห็น ดอกไม้สีสวย แสงของดวงอาทิตย์ที่สวยและอบอุ่น ลมเย็น ๆ ที่พัดเอื่อย ๆ ใบไม้ที่ค่อย ๆ ร่วงลงมาจากต้น ระเบียงไม้ที่ฉันค่อย ๆ เดินไป สูดอากาศดี ๆ ไป พลางขอบคุณพระเจ้าไปสำหรับการทรงสร้างธรรมชาติที่สวยจับใจแบบนี้ ตัววัดเองก้อดูสวยงาม ใหญ่โตแต่ตั้งอยู่อย่างสงบเงียบบนภูเขา ดวงอาทิตย์ลับของฟ้าแล้ว ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุม..

fujinari-1

คงต้องจากที่นี่ไปแล้วซินะ ฉันไม่อยากให้วันนี้จบลงเลย  ประทับใจๆๆๆ พูดได้เป็นร้อย ๆ ครั้งว่าที่นี่ ประทับใจมาก ๆ ถ้าได้มาที่นี่แล้ว แนะนำว่าให้มาใช้เวลาเยอะ ๆ อย่ารีบร้อนไปไหน ใช้เวลาที่นี่เยอะ ๆ ฉันแน่ใจเลยว่า คุณจะพูดคำว่าประทับใจได้เป็นร้อยรอบอย่างฉันเหมือนกัน

เหนื่อยนะ แต่ไม่ล้า ใบหน้าทุกคนมีแต่รอยยิ้ม สุขสุดดดดดดดดๆ เราปิดการเที่ยวที่เกียวโตด้วยประการฉะนี้ ว่าแล้วก้อเก็บความประทับใจหอบใหญ่ขึ้นรถเมลล์กลับไปสถานีเกียวโตเพื่อกลับไปสสถานีชินโอซาก้ากันต่อไป อ๊ะ อ๊ะ แน่นอนว่า เราต้องแวะเติมพลังกันที่ร้านปิ้งย่าง ดริ๊งค์กันซักนิดสสสสส์ เม้าท์มอยเกี่ยวกับวันนี้กันซักหน่อย ก่อนจะพาร่างเดินกลับที่พัก เก็บแรงไว้ พรุ่งนี้.. ทำไมหน่ะเหรอ หึหึ ตะลุย Universal Studio ไงเธออออววววว เอออวววว!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดอ่ะแฮ่ม คือ ทดสอบเตรียมเสียงไว้ก่อน คิคิ วันนี้แล้วซินะที่เราจะได้มาเจอกับคุณน้องแฮร์รี่พ็อตเตอร์ในตำนาน มาชิม butter beer อันขึ้นชื่อ ป่ะ ไปกันเลย ว่าแล้วก้อจับรถไฟ Osaka Loop Line ไปสถานี Nishikujo เพื่อเปลี่ยนเป็น JR สาย Yamesaki ไปลงหน้าสถานี Universal City เลย ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที แล้วก้อมาโป๊ะลงหน้า Universal พอดีเลยจ้า! เริ่ดดดดดดด คือ ไม่ต้องกลัวหลงเลย ออกจากรถไฟปุ๊บ เจอยูนิเวอร์แซลอยู่ข้างหน้าปั๊บ สำหรับคอกาแฟในยามเช้า มีร้านสตาร์บัคส์ด้านหน้าให้ได้จิบกาแฟเอาแรงก่อน จากนั้นก้อปายยยย ไม่ต้องรออะไรแล้วค๊า

17-08-29-21-54-24-374_deco1

ฉันชอบโซน Harry Potter ที่สุด คุ้มค่าแล้วที่มา และรอคิวเป็นชั่วโมงสำหรับเครื่องเล่นในโซนนี้ ร้านขายของที่ระลึกจากหนังเรื่องนี้เป็นที่นิยมมาก เด็กญี่ปุ่นที่นี่เค้าจริงจังกันมากในการจะเป็นพ่อมด บางคนซื้อของไปถึงกับโชว์คาถาใส่กันไป เอาซิ๊ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครของจริง น่ารักจัง ฉันมองไปยิ้มไป ชอบอ่ะ ทำอะไรต้องทำให้จริงแบบนี้หล่ะ! ถ้าจะปะทะกับท่านลอร์ดเมื่อไหร่ โทรเรียกพี่ด้วยนะน้อง จะตามมาเชียร์!

เราอยู่กันถึงหัวค่ำ เพื่อจะไม่พลาดการแสดงแสงสีเสียงของที่นี่ แล้วก้อดีต่อใจจริง ๆ สวยงามอลังการทั้งฉาก แสง สี เสียง เสื้อผ้า พร๊อพ เพลง ฯลฯ คุ้มค่าที่อยู่รอดู

20161202_1845301

…. จบคืนนี้ไปด้วยฝันที่ดี ฝันนี้มีแฮร์รี่พ็อตเตอร์ ….. คร่อกกกกก

วันนี้เราปิดท้ายทริปโอซาก้าเบา ๆ ด้วยการมาเดินขึ้นเขาชิล ๆ ที่ Minoor Park (สวนมินอร์) มาไม่ยากอีกแล้วจ้า ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก้อมาถึง ลงจากสถานี Minoo ปุ๊บ มองไปทางซ้ายจะเห็นถนนเล็ก ๆ ที่คนเค้าเดินกันเข้าไป เราก้อเดินเข้าไปถนนนัั้นหล่ะ มันจะเป็นทางยาวไปจนถึงเขามิเนอ เป็นอีกที่นึงที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมาก ๆ เป็นที่นิยมของคนชอบถ่ายภาพโดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ที่นี่จะมีใบเมเปิ้ลค่อนข้างเยอะ ทำให้มีสีสันสวยงามและมีสีค่อนข้างเยอะ มาดูก้อสวย มาเก็บภาพไว้ก้อยิ่งสวยเลย (ขอบคุณน้องนุ่น ตากลอ้งคนเก่ง ที่แนะนำสวนสวย ๆ แบบนี้ให้เราได้มาเที่ยวชมด้วยกัน ขอบคุณนะจ้ะคุณน้อง)

ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ สุดทางจะเป็นน้ำตกไหลเย็นให้หายเหนื่อย แต่ฉันไม่ได้ขึ้นไปถึงสุดทาง เพราะใช้เวลาชมนกชมไม้ชมผู้คน แวะดื่มโน่น ชิมนี่ กว่าจะไปถึงครึ่งทางก้อใช้เวลาไปโข คุณลุงคุณป้าที่นี่เดินกันเก่งมาก เหมือนเดินขึ้นเขากันเป็นอาชีพ เดินกันฉึบฉับฉึบฉับ เดินไปคุยกันไปเหมือนไม่เหนื่อย ก้ออีกหล่ะ ฉันมองไปก้ออมยิ้มกับตัวเองไป ดีจังนะอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ แก่ตัวไปฉันก้ออยากมีชีวิตแบบนี้บ้างจัง มีเพื่อนดี ๆ ให้หัวเราะด้วย มีธรรมชาติอยู่รายล้อม ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้วเน๊อะ

view-3

เบี้ยบ้ายรายทาง ทางขึ้น Minoor Park

japan-food-10

คุณยายกับคุณป้า นั่งทอดใบเมเปิ้ลกินเล่นกับจุบจิบสองคน ไม่ขายนะเอ้อ บอกเลย แบบว่ามาทอดเล่นๆ  นั่งกันชิล ๆ หิวก้อกิน ดีงามมมมมมมม

ปล. อันนี้ไม่ปิดเป็นความลับ ปกติเวลาเดินทาง เราจะเช็คราคาตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka ราคาเค้าใช้ได้เลย โปรโมชั่นเยอะ แล้วก้อไม่มีปัญหาเรื่องการจองที่ยุ่งยาก ถ้าจะเทียบราคาตั๋วเครื่องบินนดี ๆ ลองเช็คกับที่นี่ดูนะตัวเอง ไม่ผิดหวัง
ตั๋วเครื่องบินไปโอซาก้า https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Osaka.KIX/1

ส่วนที่พัก เช็คที่นี่ก้อได้เหมือนกัน ก้อนี่คือจะไปญี่ปุ่น ไม่ใช่พัทยาที่จะไปกันได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เลือกที่พักทั้งที ก้อต้องเลือกที่ถูกใจและถูกกับงบ (สำคัญเน๊อะ ^^) ของที่นี่เค้ามีให้เลือกเยอะ จะเอาแบบทที่พักเก๋ ๆ น่ารัก ๆ หรือเอาแบบอยู่ในทำเลที่หาของกินง่าย ก้อมีให้เลือก หรืออยากได้แบบสงบ ๆ สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ก้อมีให้เลือกเหมือนกัน ลองเข้าไปเช็คกันดูเลย ไม่อยากให้พลาดของดี ราคาดี อย่างที่พักในเกียวโต ก้อดูที่นี่ได้น๊ะ  https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/region/kyoto-20002452

ปิดทริปโอซาก้า-เกียวโตกันไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ถ้าถามว่าจะกลับมาอีกมั๊ย จะมาอีกแน่นอน ส่วนตัวฉันคิดว่าสองเมืองนี้มีเสน่ห์บางอย่างในตัวทำให้ฉันตกหลุมรัก เป็นเมืองที่อบอุ่นและประสานกันได้ดีสำหรับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และผู้คน มีอีกหลายที่ที่ฉันอยากไป รอไม่ไหวที่จะไปกอบโกยความประทับใจใหม่ ๆ กลับมาจัง … แล้วเจอกันใหม่นะคันไซที่เลิฟ .. Aishite imasu! 愛しています

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *