หน้าร้อน ต้องหนีไปนอนที่เกาะ.. หมาก

ซัมเมอร์มาแล้ว ลมร้อนก้อมาแล้ว ปะทะหน้า ปะทะตากันให้รุ่มร้อน อู้วววว ไม่ใช่ร้อนแค่อากาศนะ แต่มันร้อนในใจด้วย เอ๊า.. ก้อหน้าร้อนมาแล้วนี่น๊ะ ใจก้ออยากจิไปแช่น้ำทะเล๊! ปาดเหงื่อในเมืองกันให้สะใจ แล้วเก็บกระเป๋าหนีร้อน ไปนอนเกาะกันดีกว่าเธอออออออ

ทริปนี้เราไปเปรี้ยวที่พัทยากันก่อน 1 คืน จากนั้นเรามีเวลา 2 คืน ปกติเราจะไปต่อกันที่เกาะกูด นั่งมองจ้องขี้ตากันไปมาได้ซักพัก เพื่อนบางคนเปิดประเด็น “เฮ้ย เกาะกูดเราไปกันทุกปี ปีนี้ลองไปเกาะที่ยังไม่เคยไปกันบ้างดีม่ะ” เอออออ เข้าท่าแหะ ถึงแม้พวกเราจะมีรีอสร์ทในดวงใจที่เกาะกูดที่ต้องไปปล่อยตัวไปใจกับน้ำใส ๆ ซีฟู้ดจัดเต็ม ๆ กันทุกปี แต่ก้อนะ ปีนี้ไปที่ใหม่ ๆ ดูก้อน่าจะดี ว่าแล้วก้อกางแผนที่ประเทศไทย อ่ะ ว่ามา เกาะทางใต้มั้ย หรือจะใต้ลงไปอีก ใต้ให้สุดไปเลย แต่เฮ้ย เดินทางเหนื่อยไปป่าว มีเวลาแค่ 2 คืน พัทยาไปดอนเมืองเพื่อขึ้นเครื่องนี่ ออกเส้นตะวันออกเหมือนเดิมดีกว่าป่าว กระดิกนิ้วเคาะโต๊ะกันไป จกขนมคุยกันไปมา โอ้ววว เย่ คุณเพื่อนสรุปกันได้ว่า เกาะหมากนี่หล่ะเว้ยเฮ้ยยยยยย เหมาะนักแล ไม่ต้องขึ้นเครื่อง ไปจากพัทยาก้อไม่เกิน 3.30 ชม. รวมขึ้นเรือเบ็จเสร็จ ไป 2 คืน ถือว่าโอเช โป๊ะเช๊ะ!

20180107_160737

ถ้าเราเดินทางจากกรุงเทพ ก้อง่ายมาก ๆ จะขับรถไปก้อดี หรือจะไปขึ้นรถตู้ที่วินอนุสาวรีย์ชัยฯ ก้อได้ ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. จากนั้นไปต่อเรือเฟอร์รี่อีกประมาณ 2 ชม. ราคาประมาณ 350 บาทต่อเที่ยว หรือเพิ่มอีกนิด ไปสปีดโบ๊ท ประมาณ 1.30 ชม. ราคา 450 บาทต่อเที่ยว ล้อหยุดที่ท่าเรือกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ปุ๊บ เดินไปท่าเรือปั๊บ เดินไปตรงสะพานยาว ๆ ที่ทอดไปในทะเลนั่นหล่ะ สุดทางคือท่าเรือ เรือทั้ง 2 ประเภทนี้จะมีเวลาออกเพียงแค่ 2 รอบในตอนเช้า และ 2 รอบในตอนบ่าย ลำสุดท้ายที่ออกคือ 1600 น. เพราะคนที่เดินทางไปเกาะหมากยังไม่ค่อยเยอะมาก จำนวนรอบเรือที่ออกเลยไม่ถี่นัก **แนะนำให้โทรไปจองรอบเรือไว้กับบริษัทเรือที่หมายตาไว้ก่อน** ไม่งั้นไปถึงอาจจะต้องรอ เรือมีสิทธิ์เต็มได้โดยเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุด จะได้ไม่ต้องไปนั่งรอให้เสียเวลา บริเวณท่าเรือไม่มีร้านกาแฟ ไม่มีแหล่งบันเทิงเริงใจให้เราได้หลบแดดทั้งสิ้น มีแต่เพิงที่นั่งข้าง ๆ โต๊ะคุณพี่ที่ขายตั๋วเรือเท่านั้นนะจ้ะ แอนด์ที่นั่งมีจำนวนจำกัดเหมือนซื้อตั๋วคอนเสิร์ตประเภท vip ถ้าที่นั่งเต็มแล้ว ก้อต้องเดินไปมา หาอะไรทำรอเวลากันไปพลาง ทางใครก้อทางมันเด้อค่ะเด้อ

แปะไว้ : ที่จอดรถใกล้ท่าเรือ คิดค่าจอดคืนละ 50 บาท มีห้องน้ำเล็ก ๆ ให้ใช้ อืมมมม อย่าเรียกว่าห้องน้ำเลยดีกว่า เรียกว่าเป็นห้องปลดทุกข์เล็ก ๆ ให้เราได้พอปลดทุกข์ออกไป คิด 5 บาท ไม่มีทิชชู่ มีแต่โถส้วมซึม กับกำแพงปูนผุพัง 3 ด้านที่มองทะลุไปเห็นวิวทุ่งหญ้าด้านนอกได้สบาย ๆ ที่บอกมี 3 ด้านนี่ไม่ได้นับผิด คือ ด้านบนเปิดโล่ง รับลมห่มฟ้า  มี  2 ห้องติดกันก้อจริง แต่ห้องนึง เราเปิดเข้าไป โอ๊ะ เจอกองหลักฐานอยู่ในโถส้วมซึมพร้อมกลิ่นที่พวยพุ่งมาปะทะจมูก อึ๋ยยยยย วิ่งออกมาแทบไม่ทัน …. ครืืือออออ..แนะนำว่าให้ทำธุระให้เสร็จแถวปั๊มน้ำมันก่อนมาถึงจุดจุดนี้จะดีที่สุด เราเองก้อไมไ่ด้ไฮโซโอ้โหเหะมาจากไหน แต่สภาพแบบนี้ ใจไม่แข็งจริง หรือไม่ถึงจุดพีคจริง ๆ เลี่ยงได้ก้อเลี่ยงดีกว่านะตัว เชื่อเก๊าเต๊อะ  (>_<)

20180107_143229

20180107_143137

20180107_143158

เราเลือกไปโดยสปีดโบ๊ทรอบสุดท้าย ออกเรือไปได้ซักพัก โอ้โห้ ท้องทะเลราบเรียบราวกับกระดาษ น้ำใสราวกับกระจก ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิด ๆ ก้อถึงท่าเรือเกาะหมากแล้ว จากท่าเรือไปถึงที่พักโดยรถสองแถวก้อแค่ 10 – 15 นาที (หรือกว่านั้น แล้วแต่รีสอร์ทที่เลือกเข้าพัก) ทริปนี้เราเลือกพักกันที่ Monkey Island Resort ได้ยินชื่อมานานแล้ว เลื่องลือกับดนตรีเร้กเก้ดี ๆ พี่เจ้าของมีน้ำจิตน้ำใจ แล้วไหนจะที่พักบนชายหาดอันเงียบสงบอีกเล่า จองซิคะ ไม่รออะไรทั้งนั้น อิอิ ทางรีสอร์มีรถสองแถวมารับและส่งที่ท่าเรือเกาะหมากฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เราประทับใจตั้งแต่ขึ้นสองแถวเลย น้องชายที่ห้อยท้ายสองแถวมาด้วยกันเค้าเป็นคนทำงานอยู่บนเกาะนี้ ชวนคุยเป็นระยะ ๆ ตลอดทาง ไม่ได้ขวนคุยเยอะจนเกินไป คำพูดคำจาน่ารัก ไม่เกรียน อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับฉัน ในใจฉันรู้สึกว่า น้องเค้าพูดจาสนุก ชวนคุย เล่าเรื่องโน่น นั่น นี่ เพียงระยะเวลาแค่ 10 – 15 นาที เรารู้อะไรเกี่ยวกับเกาะนี้เยอะเลยทีเดียว โดยนัยยะความสนุกในคำพูดคำเล่าของน้องเค้านั้นมีสัมมาคารวะ ไม่ใช่มารยาทแบบคนกรุงคนเมืองหรือแบบที่โรงเรียนสอนมากัน แต่มันคือความเป็นธรรมชาติของเค้า เค้าชอบเกาะนี้ มีความสุขที่นี้ การพูดคุยของเค้ามันเลยเป็นเสน่ห์ที่เราประทับใจ ดีอ่ะ เริ่มต้นก้อดีแล้ว เอาหล่ะ ถึงรีสอร์ทแล้ว เข้าไปเช็คอินกันเลยดีกว่า อยากนอนตีพุง อ่านหนังสือ ดูดโมฮิโต้จะแย่อยู่แล้วววววววว

20180107_163809

20180107_163836

20180107_163534

20180107_163518

ที่พักในรีสอร์ทเกือบทั้งหมดทำจากไม้ มีใบจากใบหญ้า รึใบอะไรอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้จักชื่อมาทำเป็นหลังคา มันก้อจะเย็น ๆ มีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ บ้านด้านหลังเป็นห้องน้ำรวม สำหรับฝรั่งที่มาอยู่นาน อยู่เป็นสัปดาห์ หรือบางคนมาอยู่เป็นเดือน ห้องน้ำเป็นแบบรวม ทำให้นึกถึงสมัยก่อนตอนเราไปเกาะช้างทริปแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นที่พักยังไม่เยอะ มีก้อจะเป็นแบบชาวบ้านทำกันเอง เราพักกระต๊อบมุงไผ่มุงจาก ห้องน้ำรวม ที่พักเอาไว้แค่นอนอย่างเดียว หลัก ๆ ก้อเอาเสื่อเอาสาดมานั่งเล่นนั่งคุย ดื่มนั่น กินนี่ กับเพื่อน ๆ ที่ริมหาดหรือใต้ต้นมะพร้าวใกล้บริเวณกระต๊อบ ห้องน้ำรวมแต่สะอาดสะอ้าน อาบน้ำท้าลมท้าแดด แต่มีที่ปิดเรียบร้อย หาผ้าถุงมาฝืนนึง ยืนใช้ขันวักน้ำอาบ มันช่างเย็นสบายดีแท้ ว่าง ๆ คุณลุงเจ้าของก้อจะพากันนั่งเรือเล็ก ๆ ออกไปตกปลากัน สบาย ๆ ตามใจฉันตามใจเธอมาก ๆ ได้ฟิลลิ่งชาวเกาะขนานแท้ ตอนนั้นไฟฟ้าจะเปิดแค่หลัง 6 โมงเย็นถึงประมาณ 6 โมงเช้า ตอนกลางคืนแต่ละกระต๊อบก้อจะมีตะเกียงตัวน้อย ๆ เป็นของตัวเองหนึ่งตัวถ้วน เอาไว้จุดไฟให้พอได้เห็นแสงเห็นทาง ที่มังกี้นี่ให้อารมณ์แบบเดียวกันเป๊ะ! เฮ้ยยยย แนววววว ถูกใจใช่เลย ตอนเช็คอินก้อคุยกับพี่เค้า คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าพี่เค้าเป็นเจ้าของ เป็นธุรกิจครอบครัว พี่น้องช่วยกันทำ พี่เค้าทำมาสิบกว่าปีแล้วตั้งแต่เกาะหมากยังไม่ค่อยมีที่พัก แล้วก้อคงความเป็นสไตล์เค้ามาจนถึงทุกวันนี้ เหมาะกับคนชอบชิล ๆ สบาย ๆ ไม่ติดหรู ไม่มีทีวี (มีสัญญาณเน็ต มี wifi  สัญญาณโทรศัพท์มาถึงแค่บางค่าย ของเราใช้ดีแทค นิ่ง…. เงียบ.. กริบ…. zzzzz….zz..) ร้านอาหารทำจากไม้จากปูนสไตล์ minimalist ง่าย ๆ แต่มความเก๋ที่โคมไฟหลากสี แต่ก้อไม่แรงจนจี้เข้ามาเจ็บในตา มีเร้กเก้ดี ๆ ให้ฟัง กีต้าร์สด ๆ พลิ้ว ๆ พร้อมพี่นักร้องอารมณ์ดี อัธยาศัย ที่พูดได้ประมาณ 5 ภาษา เอออออ เก่งอ่ะพี่ หลาย ๆ เกาะที่เราไป เป็นประมาณนี้จริง ๆ นะ พี่ ๆ เจ้าของที่พัก หรือพี่คนดนตรี จะพูดได้หลายภาษา ด้วยความที่เค้าเจอคนต่างประเทศเยอะ เพื่อนเยอะ แอนด์ชิวิตแบบสบาย ๆ สไตล์ชาวเกาะก้อมีเวลาที่จะเรียนรู้โดยไม่ต้องไปลงเรียนคอร์สอะไรที่ไหนเลย เธอก้อเคยเจอเหมือนกันใช่ป่ะหล่า อะไรประมาณนี้ พวกเราเลือกห้องพักด้านหน้าติดทะเลเลย จัดไป แลดูดีมีสตางค์ อิอิ ไม่เชิงหรอก คือราคาที่พักที่นี่ไม่รุนแรง จ่ายได้สบายกระเป๋า แอนด์มาแค่สองคืน พวกเราตกลงเป็นเสียงเดียวกันว่าแน่นอน เรามานอนดูทะเล เอาเท้าแช่น้ำ เดินเลาะชายหาด บ้านริมทะเลนี่หล่ะหนึ่งเดียวในดวงใจ

20180108_094449

20180107_172903

20180107_172627

ที่พักน่ารักจริงจัง มีเปลยวนหน้าบ้านให้เรานอนแกว่งไกวเล่น ๆ ดูยอดใบต้นมะพร้าวไหวไปมาเหนือหลังคาบ้าน มีชานหน้าบานให้ได้นอนเกลือกกลิ้ง ใครใคร่อยากเปิดแอร์นอนในห้องก้อทำได้ ใครใคร่อยากจะเอาเสื่อสาดมาปูมาปาดแล้วอ่านหนังสือชิลกันไป ก้อยิ่งดี แน่นอน เราไม่รอช้า เก็บข้าวของปั๊บ ตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารของรีสอร์ท แม่บอกไว้ว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง หยิบเมนูมาดูแล้วต้องเอามาทาบอก โว๊ะ อาหารไทยก้อเยอะ อาหารฝรั่งก้อแยะ แอนด์ราคาไม่รุนแรงแทงกระเป๋าเลยพี่น้อง! อะไรจะดีขนาดนี้ มาเกาะทั้งที คุณเพื่อนสั่งมะพร้าวสดมาเติมความสดชื่น เฮ้ยยยย สดจริง ที่สำคัญคือไม่แพงเลย ไม่เกิน 30 บาทนะถ้าจำไม่ผิด พวกเราแอบกรี๊ดกันสุดฤทธิ์ จัดมะพร้าวสดกันมาทุกมื้อ จนดินเนอร์มื้อสุดท้ายพี่เค้ามาบอกว่า มะพร้าวหมดแล้วนะคะ แหหหหมมม คุณพี่อ่ะ เป็นการแจ้ง FYI ที่พวกเราเขิ๊นเขินนนนนน

20180108_094509

20180108_094754

เวลาสองคืนผ่านไปไวเหมือนโกหก ใจจริงอยากพักกันต่ออีกซักคืน แต่ด้วยเหตุการบ้านการงานที่ต้องดึงเรากลับสู่ชีวิตเมือง ณ จุดจุดนี้ ขอบคุณพี่ ๆ ที่ดูแลเราอย่างดี ขอบคุณพ่อครัวที่ทำอาหารอร่อยซะพวกเราพุงกางทุกมื้อ ณ จุดจุดนี้เราจำต้องจากลาเกลียวคลื่นและฟ้าใสไปก่อน ไว้จะหาโอกาสกลับมาใหม่นะเกาะหมาก แอบหลงรักซะแล้วซิ!

20180108_094437

ปล.  แนะนำเลยนะที่ Monkey Island Resort มาเขียนนี่ไม่ได้สะตุ้งสตางค์อะไรจากพี่ ๆ เค้าหรอก เค้าให้ใจมา เราให้ใจกลับไป เจออะไรดี ๆ ก้อมาบอกต่อ ต้องลองไปดูแล้วจะรู้ว่าดีเยี่ยงนี้จริงอ่ะป่าว ^^

20180107_165502

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *