แคชเมียร์ ดินแดนแห่งความฝัน อัศจรรย์ยุโรปในเอเชีย

ได้ยินชื่อแคชเมียร์กันมาก้อเยอะ (Kashmir) พูดถึงกันก้อแยะ วันนี้หล่ะ จะได้รู้ได้เห็นกันซะทีว่ามันสวยจริงสวยจังอย่างที่เค้าร่ำลือกันมั้ย ว่าแล้วก้อจัดกระเป๋าใบน้อยแยกจากใบใหญ่ทิ้งไว้ที่เดลลี แล้วจับไฟลท์ภายในประเทศไปลงที่สนามบินศรีนาคากันเล๊ยยย

20171104_120814

ไฟลท์ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว ก้อมาลงที่สนามบินศรีนาคา (SXR, Srinakar) รับกระเป๋าออกมาแล้วก่อนจะเดินออกจากสนามบินเราจะเจอเคาท์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองเล็ก ๆ ตรงด้านขวามือ เจ้าหน้าที่จะมาตะโกนถามตรงสายพานกระเป๋าว่า “Foreigner foreigner, pls come this way” หมายความว่า ถ้าเราเป็นคนต่างชาติที่ไม่ใช่คนอินเดีย ให้มาทางนี้ เราจะต้องแวะไปกรอกฟอร์มเข้าเมืองแคชเมียร์ซะก่อน ถึงจะเข้าเมืองได้ อย่างที่เราได้ยินข่าวว่านี่เป็นดินแดนที่มีการปะทะกันในบางพื้นที่ แต่เราไม่ต้องกังวลเพราะส่วนใหญ่การปะทะกันจะอยู่นอกเมือง นอกบริเวณแหล่งท่องเที่ยว จนท. จะถามเรานิด ๆ หน่อย ๆ ตามระเบียบรักษาความปลอดภัย พักที่ไหน ใครคือคนที่จะติดต่อได้ ฯลฯ จากนั้นเราก้อเดินสวย ๆ ตัวปลิว ๆ ออกมาจากสนามบิน ตรงบริเวณด้านนอกก้อจะมีรถแท็กซี่ รถรับจ้าง คอยให้บริการเราว่าเราจะไปที่พักไหน ยังไง

โอ้วววววว อากาศดีเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์! นี่เรามาเดือนพย. คือเริ่มจะหนาว ๆ เย็น ๆ ใบไม้เริ่มร่วงแต่ก้อพอจะเห็นความงามของใบไม้สลับสีอยู่บ้าง ชิล ๆ ตอนกลางวันที่ประมาณ 15 องศา แจ็กเก็ตซักตัว เสื้อคอเต่า หรือผ้าพันคอซักผืน กางเกงกันหนาวซักนิด ก้อเอาอยู่แล้ว ตอนกลางคืนความเย็นร่วงหล่นมาที่ 6 – 8 องศา หนาวขาสั่น แนะนำให้พก leg warmer ไปด้วย (กางเกงเลคกิ้งชนิดพิเศษสำหรับป้องกันความหนาว) ถ้าจะออกไปเดินเล่นที่ตลาดช่วงหัวค่ำ ป้องกันความหนาวนิดส์นุง แต่สำหรับคนขี้ร้อนอย่างฉัน ยีนส์ตัวเดียว ตะลุยโลด ใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองไม่นาน ประมาณ 30 – 45 นาที แล้วแต่สภาพการจราจร ถึงจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่บางจุดก้อมีรถติดเหมือนกัน แอนด์ที่เจอบ่อยคือ จุดตรวจของทหาร ถือปืนจังก้า หน้าตาดุดัน ก้ออีกหน่ะหล่ะ ความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง เราเลือกพักที่ที่พักแบบบ้านเรือ (Boat house) ราคาประหยัด แล้วก้อได้อารมณ์แบบแคชเมียร์สุด ๆ ที่พักลักษณะนี้จะอยู่ในทะเลสาบดาล (Dal lake) แต่อาจจะไม่สะดวกเรื่องการเดินทางนิดนึง จะไปไหนต่อไหนก้อต้องใช้เรือรับจากบ้านไปตรงแผ่นดินบนบก ขากลับก้อเหมือนกัน แต่ละที่พักจะมีเรือของเค้า ถ้าหลัง 6 โมงเย็น เราจะกลับกี่โมงก้อบอกเค้า เค้าจะมีคนเรือรอเราอยุ่ที่ท่าเรือ ส่วนตัวเราชอบนะ ไม่ลำบากเลย ได้ฟิลลิ่งดี นั่งเรือตอนเช้าก้ออีกแบบ นั่งเรือตอนเย็นก้อได้อีกแบบ

20171104_151100

20171104_151519

20171104_151524

20171104_151556

Boat House คือบ้านเรือที่คนสมัยก่อนเค้าใชพักกันจริงในทะเลสาบ ตอนนี้ปรับเปลี่ยนมาใช้ในลักษณะที่พักให้นักท่องเที่ยว เรือใหญ่มว๊ากกกกก เค้าจะแบ่งเป็นห้องพักได้ประมาณ 3 ห้องต่อเรือ 1 ลำ แต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัว ไม่ปะปนกับใคร แล้วก้อมีส่วนห้องนั่งเล่นด้านหน้าเรือที่ใช้เป็นห้องอาหาร เป็นพื้นที่ส่ว่นกลาง ออกมานั่งเล่นอ่านหนังสือ ชมวิว ฯลฯ เพราะว่าเรือทั้งลำทำจากไม้ พื้นเรือเค้าจะเอาพรมแคชเมียร์มาปูไว้กันหนาวทุกตารางซม. ย่ำไปทางไหนก้อนุ่ม อุ่นเท้ามาก ๆ ผ้าม่าน ผ้าห่ม ฯลฯ มาจากผ้าแคชเมียร์ทั้งนั้น เตียงเรางี้ผ้าห่มซ้อนกัน 3 ผืน ไม่อยากตื่นเลย เหมือนหมักตัวเองอยู่ในทะเลผ้าขนนุ่มๆๆๆๆๆๆ อ๊า….. คือดีอ่ะ ต้องมาลองดูเอง ถึงจะรู้! ที่เก๋คือมี wifi นะเออ ดีงามมมมมม ตื่นออกมาก้อเจอวิวพี่ภูเขาเบ้อเริ่มเทิ่มเต็มตา ไหนจะหมอกที่แสนสวยบนผิวน้ำ ความเงียบสงบของทะเลสาบ ดีต่อใจแบบจริงจัง อ่ะ สูดดดดดหายใจลึก ๆ เก็บข้าวเก็บของ แล้วเตรียมออกไปดูโน่นดูนี่กันดีกว่า

20171104_151629

20171104_163932

ที่แรกต้องนี่เลย ทะเลสาบดาล (Dal lake) พื้นน้ำสงบราบเรียบสะท้อนพื้นฟ้าอย่างกับกระจก ใสปิ๊ง ค่าล่องเรือไม่แพง 1 รอบหรือประมาณ 45 นาที เค้าคิด 300 – 400 รูปีต่อลำ หนึ่งลำนั่งได้ 2 คน ล่อง ๆ เรือไปก้อจะมีพ่อค้าพายเรือมาทาบขายของบ้าง แวะมาพูดคุยบ้าง เก๋ดีนะ เห็นเราเป็นนักท่องเทียวก้อแวะมาคุยมาแสดงมิตรไมตรี ของส่วนใหญ่ที่มาขายจะซ้ำกับบนบก เช่น เครื่องเงิน เครื่องประดับ เครื่องไม้ ที่ชอบคือพี่คนนึงขายดอกไม้กับเมล็ดดอกไม้ พูดไทยได้นิดหน่อย ไว้พอให้เราได้หัวเราะ ได้แสดงน้ำใจ และความตั้งใจในการขายของ เค้าบอกคนไทยมาเยอะ คนแคชเมียร์ชอบคนไทยเพราะคนไทยใจดี ยิ้มง่าย แล้วก้อสุภาพ เราแอบยิ้มในใจ หึหึ ของมันแน่อยู่แร้นเธออออ ขนาบเรือกันไป คุยกันไป ขายของกันไป คุยกันเกือบ 20 นาที เราถึงตัดสินใจซื้อเมล็ดดอกไม้มา 3 พันธุ์ พี่เค้าแนะนำดีว่าอันนี้ปลูกที่เมืองไทยขึ้น อันนี้ปลูกไม่ขึ้น พูดไทยด้วยน๊า ไอ่เราก้อฟังตั้งนาน อะไรหว่า ปลูกไม่ขึ้นพี่เค้าพูดว่า ปุกไม่คึ่น ปุกไม่คึ่นพอเดาได้ปุ๊บเรางี้ขำกลิ้ง น่ารักอ่ะ ชอบ ใส ๆ ยิ้มทีนึงเห็นฟันไปถึงกรามซี่สุดท้าย ภายใน่บริเวณทะเลสาบมีร้านรวงให้เราเลือกจอดได้ อย่างร้านหนังสือ ร้านขายเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่จริงที่นั่น ฯลฯ อากาศดี สดชื่น ไม่อยากให้หมดรอบการล่องเรือนี่เลย เพลินนนนมากกกกก

20171105_100240

20171106_110924

20171106_110709

20171106_111246

เราถามชื่อเค้า พี่เค้าตอบเก๋ ๆ กลับมา ให้เรียกเค้าว่า “Mr. Flower”

วันรุ่งขึ้นเราไปกุลมาร์ก (Gul marg) กุลมาร์กเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นสน สายน้ำที่ไหลมาตามทาง ลิงน้อย กระรอก ฯลฯ เป็นเส้นทางที่อุดมไปด้วยความงามตามธรรมชาติ ด้วยความที่ใบไม้เพิ่งร่วง หิมะก้อยังไม่ตก ภาพวิวระหว่างทางเลยได้อารมณ์ของต้นไม้ไม่มีใบ พื้นดินออกสีน้ำตาล ก้อแปลกตาไปอีกแบบ เพราะภาพในหัวของเราคือที่กุลมาร์กไม่เขียวก้อขาวไปเลย มาที่นี่เพียงแค่ 1 ชม. จากตัวเมือง ไม่ยากเลย จะเช่ารถมาเอง หรือจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับมาก้อได้ ถึงยอดด้านบนเขา จะเป็นรีสอร์ทที่พัก มีม้ามีล่อให้เลือกขี่ ราคาก้อไม่แพง 800 – 200 รูปีแล้วแต่ว่าเราจะขี่นานแค่ไหน แล้วแต่ตกลงกับเจ้าของ มีกอนโดล่า (gondola cable car) ให้เลือกขึ้นไป ราคาก้อตามระดับความสูงที่เราจะเลือกขึ้นไป เริ่มต้นก้อ 1000  รูปีต่อคน หรือจะเลือกเดินเล่น ถ่ายรูปกันไป ก้อได้ อันนี้แล้วแต่ใจ ชิลแบบไหนก้อเลือกกันแบบนั้นนะจ้ะ

20171105_133409

20171105_134419

20171105_145025

น้องลิงออกมาชิล ออกมาอวดความหล่อตามทาง มีความสุขกันดีจังนะพวกเธอ

มัสยิดคานคา – ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้แม่น้ำ เป็นมัสยิดเล็ก ๆ แต่มีความสวยงามในเรื่องของจิตรกรรมตามเสา ผนัง หลังคา ต่าง ๆ เพราะเป็นมัสยิดเก่าแก่ สวยด้วยความโบราณและมีคุณค่าในตัวเอง

20171104_140157

มัสยิดคานคา (ไม่แน่ใจว่าออกเสียงแบบนี้รึเปล่า)

20171104_140611

มัสยิด Khankah-e-Moulla

มัสยิดจาเมีย (Jamia Masjid) สวย สงบ เรียบง่ายแต่งดงาม ก่อนเข้าไป เราต้องแต่งกายให้มิดชิดเรียบร้อยตามระเบียบของทางมุสลิม เสื้อผ้าต้องรัดกุมมิดชิด เสื้อปิดคอ พันศีรษะ กางเกงขายาว รองเท้าปิด ด้านในเป็นสวนสวย เจอน้องกลุ่มนึง เค้ามาด่อม ๆ มอง ๆ เราก้อเอ๊ะ ยังไงนะ แต่ก้อหันไปสบตาส่งยิ้มให้ น้องเค้าหันมาสบตา ยิ้มตอบกลับแบบเขิน ๆ แล้วมิตรภาพก้อเริ่มก่อตัวขึ้นตรงนั้น น้องเดอะแก๊งค์นี่เดินตามเรา ดูว่าเราทำอะไร แบบไหน ถ่ายรูปอะไร ฯลฯ นัยน์ตาเค้าใสซื่อบริสุทธิ์มาก ๆ เค้าไม่คิดเลยว่าเราจะมีพิษภัยกับเค้ามั้ย บางทีก้อเข้ามาใกล้ ๆ มาจิ้ม ๆ ที่มือถือ ขอดูว่าเราถ่ายรูปอะไร เราเลยขอน้องเค้าถ่ายรูปด้วย ถามว่าได้มั้ย เค้ายิ้มอาย ๆ แล้วก้อมาถ่ายรูปด้วย ใจเราก้อคิดว่าเอ๊ะ จะเหมือนเด็กชาวเขาบ้านเรามั้ยนะ ถ่ายรูปเสร็จ ขอตังค์ แต่เปล่าเลย น้องเค้ามายิ้ม ๆ เขิน ๆ ถ่ายรูปกับเรา ขอดูรูปที่ถ่ายหน่อย แล้วก้อยิ้ม ๆ โค้ง ๆ เดินห่างออกไป ไอ่เรามันเจอคนแย่ ๆ มาเยอะ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยว ความใสซื่อบริสุทธิ์ของคนที่นี่จับใจเรา น้ำตางี้ตื้อขึ้นมาเลย ใครจะคิดว่าเราเซนซิทีฟเกิน เราก้อไม่สน เพราะงี้หล่ะเราถึงชอบเดินทาง เสน่ห์มันอยู่ตรงนี้ มิตรภาพมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา….

20171104_143137

20171104_143453

20171104_143219

น้อง ๆ น่ารักที่เราขอถ่ายรูปด้วย เข้ามาถ่ายรูปกับเราแบบเขิน ๆ

เทีีี่ยวลัดเลาะไปในตัวเมือง ชมเสน่ห์ของตึกรามบ้านช่อง ผู้คน ตลาด ร้านรวง และอื่น ๆ ส่วนตัวฉันชอบนะ ทุกเมืองมีความสวยในตัวเค้าเอง ที่นี่มีความสวยแบบสงบ ๆ ในความวุ่นวายของสงครามการเมืองและการปะทะในบางมุม แต่ผู้คนยังคงดำเนินไปแบบเรียบง่่าย ยิ้มให้กัน ไม่รู้ซิ ฉันว่าที่นี่มีความพิเศษทั้งตัวเมืองเอง แล้วก้อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่ มันเป็นความสงบสุขในความขัดแย้ง แต่ทุกคนยังยิ้มได้ ต้อนรับคนแปลกหน้าแบบเราอย่างกับเป็นครอบครัวของเค้า มันอบอุ่นใจนะ ไม่แปลกใจเลยแม้เราจะได้ยินเรื่องราวความไม่สงบของที่นี่ในบางครั้ง แต่เราก้อยังอยากมาก ผู้คนก้อยังหลั่งไหลกันมาที่นี่ ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ

20171106_120018

20171106_115908

 

เรื่องอาหาร ที่นี่ไม่ต้องห่วงเลย อร่อยหมด! เหมือนจะโม้ แต่จริง ปกติถ้าเราเที่ยวส่วนอื่น ๆ ของอินเดียจะเจอร้านมังสวิรัติซะเยอะ แต่คนที่นี่ทานเนื้อสัตว์กันเยอะเหมือนบ้านเรา ไก่ แพะ แกะ ปลา ฯลฯ รสชาดจัดจ้านเจ้มจ้น มาแล้วอยากให้ลองฮาริสซ่า (Harissa) เป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ หน้าตาธรรมดา แต่จกเข้าปากนะ อ่ะฮืออออออ อร่อยน้ำตาไหล ทำจาก เนื้อแพะ (mutton) กวน ๆ บด ๆ ตา ด้วยน้ำราดอร่อยล้ำ กินกับขนมปังอุ่น ๆ หายหนาวไปเยอะเลย หรือจะลองเคบับในตลาดก้อเริ่ด พวกปิ้งย่าง (tikka) ก้อล้ำ ว่าแล้วก้ออยากกลับไปจกอีกจัง!

20171105_104606

ฮาริสสา (Harissa) อาหารเช้าแบบพื้นเมือง

20171105_104627

คนขายก้อนั่งทำไปตรงโน้น คนกินก้อมานั่งล้อมรอบวงจกกันตรงนี้ สบายดีคุณพี่แคชเมียร์

20171104_133851

หน้าตาคล้ายซาลาเปา เรียกว่าอะไรจำไมไ่ด้แล้ว แต่ไส้ด้านในนิ่ม เป็นไก่หรือเนื้อแกะกับผัก นึ่งคล้ายซาลาเปาบ้านเรา กินร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ อร่อยเหาะ!

ทริปนี้ไม่ได้ไปโซน่ามาร์ค หรือพาฮาลแกม เราไม่ใช่ขาสกีหรือหิมะขนาดนั้น เราใช้เวลาแต่ละที่ค่อนข้างนาน เพราะอยากจะหมักตัวเองอยุ่ในช่วงเวลาดี ๆ อากาศดี ๆ ธรรมชาติสวย ๆ แต่ถ้าใครมีเวลาหน่อย จะจัดทริปไปที่ต่าง ๆ ก้อได้นะคะ แคชเมียร์มีอีกหลายที่สวยงามให้ได้ไปเยือนอีกเยอะเลย บอกไว้นิดนึงว่าที่นี่ค่อนข้าง slow life มาแล้วอยากให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องเร่งเร้าว่าเราต้องไปที่นี่ ที่นั่น ที่โน่น เพราะอยู่ที่นี่ สำหรับเรานะ เวลามันหยุดเดิน อยู่จุดไหนก้อสวย ก้อมีความสุข สงบ จริง ๆ สไตล์ใครก้อสไตล์ใคร เอาแบบที่เราเที่ยวแล้วเรามีความสุขเราพอใจ…

20171106_092411

 

แคชเมียร์ ดินแดนที่ต้อนรับคนแปลกหน้าเหมือนเป็นครอบครัวตัวเอง

“Kashmir : a paradise where people treat strangers like their own family” (by me)

ปล. คนพาเที่ยวที่นี่ใจดี เรื่องราคาไว้ทีหลัง ขอให้เราเที่ยวมีความสุขก่อน อั๊ยหย่ะ สนใจไปเที่ยวเอง ติดต่อ Javeed ได้เลยที่ orangeholidays39@gmail.com ประทับใจสุด ๆ เลยช่วยบอกต่อ 🙂

ติดตามชมคลิปได้ที่นี่จ้า (Youtube : charmshanti)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *