ญี่ปุ่น… สุดฟิน!

fujinari-1-2

ฉันมีความใฝ่ฝันตั้งแต่สมัยวัยเด็กผมม้าหน้าเต่อว่า ซักวันนึงเถอะ.. จะต้องนำร่างอวบ ๆ นี่ไปเยือนดินแดนแห่งสุดยอดอาราเล่และกัปตันเซนเบ้ให้ได้ ไหนจะเจ้าหญิงอันโดรเมด้าแห่งกาแล็คซี่ 999 ที่รอเราอยู่อีกหล่ะ พี่เรียว ซาเอบะก้อเร้าใจ พี่ค็อบบร้าก้อเซ็กซี่ สิงห์สาวนักสืบก้อน่ารัก .. ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้! และแล้ววันนั้นก้อมาถึง !!

แต่… จุดประสงค์ของการไปมันไม่ใช่อย่างที่คิดหน่ะซิ เปล่านะจ้ะ.. ฉันไม่ได้ไปแจมแก๊งค์ยากูซ่าหรือไปเป็นอิเจ๊หน้าร้านนวดเรียกโอเกี๊ยกซังที่ไหน ฉันไปเพราะ..อกหัก  เรื่องมันเศร้าเล่ากันสองปีก้อไม่จบ เมื่อหลายปีก่อนในตอนนั้นเพื่อนรักฉันอยู่โตเกียว ชีดูสภาพฉันแล้วแลว่าอาการร่อแร่ หัวใจไม่ได้อยู่ในอกข้างซ้าย มันลอยไปลอยมาตลอดเวลา ลอยไปไหนไม่รู้ ไม่อยู่กับร่องกับรอย ชีเลยจัดการเป็นธุระปะปังเรื่องเอกสารขอวีซ่าให้ฉันอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งการขอวีซ่าสำหรับสาวไทยวัยขบเผาะไปญี่ปุ่นคนเดียวนี่จะได้ยากมาก ต้องยกความดีความชอบให้เพื่อนจริง ๆ (ขอบคุณนะเธอ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่ช่วยดูแลและรักกัน ผ่านไปหลายปีก้อยังนึกขอบใจเพื่อนเสมอ) ฉันไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก จริง ๆ คือคิดอะไรไม่ได้แล้วมากกว่า พอจิตใจช้ำชอก สมองก้อมักจะไม่ทำงาน หรือทำงานได้แบบเพี้ยน ๆ ไม่ค่อยจะเต็มซักเท่าไหร่ ฉันก้อแค่นำร่างอวบบวกกับใจโทรม ๆ ก้อนหนึ่งและเสื้อผ้าติดตัวไปเท่านั้น … เพื่อนจัดให้เราหมด ขอแค่ให้เราโซ๊ดดดดดชื่น

แต่การไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 นี้ ไม่เหมือนครั้งนั้น วันนึงในออฟฟิศท่ามกลางสายฝนโปรยปรายนอกหน้าต่าง บรรยากาศอันน่านอนอย่างนี้ ฉันคลิกนั่น เช็คนี่ และแล้วสายตาฉันก้อไปเตะโดนข่าวโปรโมชั่นสุดฮ้อตจากสายการบินหนึ่งคือ AIR MACAU ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว คือถูกมว๊ากกก เปลี่ยนเครื่องที่มาเก๊าแค่ประมาณ 3 ชั่วโมง ได้ยืนแข้งยืดขา อ่ะเคๆๆๆๆ ตั๋วไปญี่ปุ่นแค่หมื่นนิด ๆ ได้กินอาหารบนเครื่องดีแบบจานร้อน มีน้ำเสิร์ฟ สต๊าฟคอยบริการ! (เดี๋ยวนี้ก้อคงต้องคอยตามผู้ให้บริการจองตั๋วและที่พักทั้งหลายที่ออกโปรฯ กันมาชนิดที่เรียกว่าแข่งกันถูกเลยทีเดียว ล่าสุดนี่ก็ต้อง Traveloka >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan ถ้าใครตามเพจหรือไลน์ก็จะเห็นโปรฯ ตั๋วเครื่องบินบ้าง โปรฯ ที่พักบ้าง ออกมาให้ลุ้นราคากันอยู่เรื่อยๆ เจ้าอื่นเราก็ตาม เรียกว่าตามทุกเจ้า ใครถูกสุดจองอันนั้น จบ!) โอ้วววๆๆๆ กล้ามเนื้อมันกระตุก ทำไงดีๆๆๆ วิ่งไปบอกน้องสาว น้องสาวฉันออกอาหารหนักกว่าอีกเพราะชีไม่เคยไปญี่ปุ่น อะเดรนาลีนพลุ่งพล่านคล้ายกับจะหายใจไม่ทัน ฉันก้อยิ่งตื่นเต้นเลยซิ ทำไงดีๆๆๆ โทรหาเพื่อนเลยดีกว่า อัศจรรย์มีจริงนะบอกเลย ทุกคนส่งหน้าพาสปอร์ตมาให้พร้อมตกลงวันเดินทางคอนเฟิร์มตั๋วเครื่องบินกันเสร็จสรรพภายใน 2 วัน โว๊ะ! ไวจริงจัง! ตกลงไปกันทั้งหมด 9 วัน 8 คืน บินเข้าโตเกียว บินออกจากโอซาก้า .. รวมรวมสมาชิกได้ทั้งหมด 4 คนถ้วน บวกกับอีก 1 แขกรับเชิญที่โอซาก้า.. ดีงามมมมมม

view-3

view-2

เราตัดสินใจกันว่าจะนอนที่โตเกียวแค่ 3 คืน เพราะพี่อีกคนนึงกับฉันเคยไปแล้ว ไปเน้นที่โอซาก้ากัน 5 คืนตามคำแนะนำของน้องสาวนักเดินทางคนเก่งอีกหนึ่งคนที่เราไว้ใจได้ในเรื่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งชีบินเดี่ยวตามมาเจอแอนด์แจมกัยเราที่โอซาก้า (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขั้นตอนการวางแผนการเดินทางและที่พักใช้เวลาพอสมควร ต้องเลือกให้ดี ให้คุ้มค่า และอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล เราตัดสินใจซื้อตั๋ว JR PASS แบบ 7 วัน (JAPAN RAIL PASS) ซึ่งจะคุ้มมากถ้าคุณเดินทางออกต่างจังหวัดด้วย ทริปนี้เราจะไปนิกโก้ ซึ่งค่ารถไฟไปกลับนี่แพงหูดับตับไหม้ และก้อออกไปโอซาก้าด้วย ซึ่งต้องไปด้วยรถไฟหัวจรวดชินคังเซนได้ ถือว่าคุ้ม จัดไป แต่ถ้าคุณเน้นที่จะเที่ยวเป็นเมือง ๆ ไป เช่น โตเกียวอย่างเดียว แนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟแบบใช้เฉพาะโตเกียวหรือบัตร SUICA ก้อสะดวก  ซึ่งตัวนี้จะเป็นบัตรแบบเติมเงิน ใบเดียวใช้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะขึ้นรถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถบัส หรือแม้กระทั่วซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เงินหมดก้อเติมไปเรื่อย ๆ เก๋ ๆ  เอออววว เริ่ดอยู่ หรือถ้าตะลุยโอซาก้าอย่างเดียวก้อซื้อ Osaka Pass มีหลายแบบให้เลือกซื้อตามความเหมาะสมและคุ้มค่าตามแผนการเดินทางของคุณ

(ดูรายละเอียดเกี่ยวกับตั๋ว JR PASS ได้ที่นี่นะจ้ะ http://www.charmshanti.com/japan-rail-pass-jr/)

แล้วจะนอนที่ไหนกันหล่ะเรา!

เรื่องการนอนนี่ถือว่าสำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะเน้น outdoor ออกไปดูผู้คน แต่การกินอิ่มและนอนหลับนี่แม่สอนมาว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ต้องหรูแต่ต้องหลับสบาย ว่าแล้วก้อเริ่มกระบวนการคุ้นเขี่ยดูโน่น เช็คนั่น คลิกนี่ ทีแรกคล้ายว่าจะเป็นเรื่องง่าย เอาเข้าจริง ๆ ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะได้ที่เหมาะเหม็งและส่งเครดิตการ์ดเข้าไปจอง เนื่องจากเดอะแก๊งค์เรามีกัน 4 คน จะจองโรงแรมก้อต้องจอง 2 ห้อง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าโรงแรมที่ญี่ปุ่นนั้นแพงเฟร่อออออ และขนาดของห้องก้อค่อนข้างเล็ก เราจึงหันไปดูตัวเลือกที่พักอีกแบบนึงคืออพาร์ทเม้นท์ ห้อง หรือบ้านที่เค้าเอามาลงให้นักท่องเที่ยวเช่าแบบรายวัน เราตกลงจองห้องกันผ่าน AirBNB ฉันกับน้องสาวเป็นแม่งานในการจองนี้ เอาหล่ะวุ้ย เช็คกันจนกล้ามเนื้อลูกกะตาจะเกร็ง แต่ทาเคชิก้อต้องสู้กันต่อไป ฉันมีหลักส่วนตัวง่าย ๆ ในการเลือกห้องพักประมาณนี้
– ต้องเดินจากรถไฟฟ้า รถใต้ดิน หรือป้ายรถเมลล์ได้ อาจจะเดินไกลหน่อย แต่ถ้าไม่ถึงกับหอบแฮ่กหัวฟูฟันเหยิน ฉันถือว่าโอเค ไม่เน้นว่าต้องอยู่ในตัวเมืองเป๊ะ ซึ่งสภาพแวดล้อมจะค่อนข้างวุ่นวาย แล้วราคาก้อค่อนข้างสูง พักอยู่รอบนอกซักนิด นั่งรถไฟต่อเข้าไปซักหน่อย แต่ไม่จอแจ ก้อได้อารมณ์ดีหมือนกัน
– ใกล้ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. เผื่อเม้าท์มอยกันยันตี 2 แล้วหิวขึ้นมา จะได้หมดปัญหา ไม่ใช่มีแค่มาม่าคัพ
– ถ้าไปฤดูหนาว ให้แน่ใจว่ามีเครื่องทำน้ำอุ่น และยังใข้การได้ ย้ำค่ะ ว่ายังใช้การได้ เหตุที่ย้ำคือเพื่อนฉันเคยเจอมาแล้ว แต่ที่ฮ่องกงนะ เขียนแจ้งไว้อย่างดี มีเครื่องทำน้ำอุ่น ทั้งเคาะ ทั้งเขย่า คัทเอ้าท์วาล์วน้ำทุกสิ่งอย่างเปิดหมดถูกต้อง แต่น้ำที่ไหลออกมานี่ถ้าเอาออกมาเทผสมกับเครื่องดื่มอื่นนี่ดื่มได้แบบไม่ต้องใส่น้ำแข็งเลย
– ถ้าพักในตึก ต้องมีลิฟท์ : ที่พักหลายที่ดูดีเข้าเป้าเข้าตา แต่ในรีวิวของคนไปที่พักก่อนหน้านี้บ่นกันหลายคนว่าโอเคห้องดี แต่เค้าลืมเช็คว่าตึกไม่มีลิฟท์ ต้องแบกกระเป๋าเดินทางใบเท่าบ้านขึ้นลงชั้น 4 บ้าง ชั้น 3 บ้าง เล่นเอาหมดสนุกไปเลยก้อมี
– ในกรณีที่เราจองในเว็บกับที่พักลักษณะนี้ เค้าจะมีให้เราแชทกับเจ้าบ้าน แนะนำให้เลือกที่เจ้าบ้านตอบไว นั่นหมายความว่าเค้าใส่ใจดูแลเราใกล้ชิด เกิดไปถึงแล้วหลง ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่จะติดต่อกันทางแชทเท่านั้น แล้วถ้าเชทกลับไปนาทีนั้นแล้วเค้าไม่ตอบหล่ะ งานเข้าซิคับ นอนกันหน้าตึกหล่ะค่ะคุณ

ส่วนตัวฉันชอบที่พักแบบนี้นะ เที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน ไมได้ไปกันบ่อย ๆ ถึงที่พักแล้ว อาบน้ำอาบท่า ก้อมานั่งคุยกันเม้าท์กันมันส์ดีออก ใครกรน ใครตด ใครเกาตูด แคะขี้มูก เห็นกันหมด แต่ถ้าเราพักโรงแรม ถึงแล้วก้อห้องใครห้องมัน เจอกันตอนเช้า แต่ก้อได้ความเป็นส่วนตัวดี ไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าเอง อันนี้แล้วแต่ชอบนะจ้ะ

อื่น ๆ โดยรวมเรื่องการเดินทาง นอกจากซื้อตั๋ว JR แล้ว เราก้อซื้อตั๋ว:
– SUICA CARD ที่โตเกียว หลัก ๆ เอาไว้ซื้อของกิน แล้วถ้าคุณจะไปวัดอาซาคุสะ บัตร JR จะไปได้ไม่ถึงสถานีหน้าวัด ต้องต่อรถไฟใต้ดินไปอีกหนึ่งสถานีถ้วน โดยใช้บัตร Suica นี้ได้ หรือจะไปเลื่อกซื้อแบบสถานีต่อสถานีก้อได้ เอาที่สบายใจเลยเรา
– ICOCA ที่ Osaka เป้นตั๋วลักษณะเดียวกับตั๋ว SUICA ที่โตเกียวแต่จะใช้ไดเฉพาะในเขตโอซาก้าเทานั้น ซึ่งตั๋ว JR เราหมด 7 วัน อีก 2 วันที่เหลือก้อใช้ตั๋วนี้ในโอซาก้าจนถึงวันสุดท้ายจนเดินทางไปถึงสนามบินโอซาก้าเลย ไม่ต้องซื้อ Osaka pass ทำให้ประหยัดลงไปได้อีกนิดนึง
– บัตรเข้า Universal Studio Japan (USJ0 อันนี้ซื้อจากเมืองไทยไปเลยจะสะดวกกว่าแล้วก้อประหยัดกว่าไปซื้อที่ญี่ปุ่น ติดต่อบริษัททัวร์ทางนี้ บางที่เค้ามีตั๋วที่เราสามารถเข้าไปซื้อแล้วรับมาได้เลย หรือถ้าหมดสต็อก ก้อให้เค้าจัดส่งมาทางไปษณีย์โดยเราโอนเงินค่าตั๋วไปให้เค้าก้อได้ บางที่เก๋ ๆ ก้อจ้างมอเตอร์ไซค์มาส่งให้ในวันเดียวกันได้ (ค่าส่งจะคิดต่างหากทั้งแบบส่งไปรษณีย์และแมสเซนเจอร์)
– ตั๋ว Nikko World Heritage bus แบบหนึ่งวัน : คุ้มมาก ราคาไม่แพง ไปได้ครบทุกจุดในบริเวณนิกโก้
– ตั๋ว Kyoto One Day bus ตั๋วขึ้นรถบัสในเกียวโตแบบหนึ่งวัน : อันนี้ก้อคุ้มมากอีกเหมือนกัน

kix-icoca

ICOCA Card ใช้ได้ที่โอซาก้าเท่านั้น

สำหรับบัตร SUICA & ICOCA ถ้ายังมีเงินเหลืออยู่ในบัตร เราสามารถแลกคืนได้ที่ออฟฟิศในสถานีหลักหรือสถานีที่สนามบินพร้อมกับคืนตั๋ว เราจะได้เงินค่ามัดจำตั๋วคืนด้วย แต่ทางสถานีบริการจะมีการหักค่าธรรมเนียมบริการไว้ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่เยอะ ประมาณ 200 – 300 เยน ถ้าจำไม่ผิด อยากบอกนิดนึงว่า ถ้าเราจะไปแลกคืนที่สนามบิน อย่าลืมเผื่อเวลาไว้เยอะๆเลย เพราะคิวอาจจะยาว อย่างวันที่ชาวเราไปแลกคืนนี่ก้อรอเกือบครึ่งชั่วโมง ดีที่เผื่อเวลากันไปเยอะ

ทางญี่ปุ่นเค้าน่ารัก มีความเอาใจใส่นักท่องเที่ยวจริง ๆ ทุกจุดที่เราซื้อบัตรอะไรพวกนี้เค้าจะมีแผนที่เส้นทางต่าง ๆ ให้เราเดินทางได้สะดวกด้วย ในรถบัสตามสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ เดี๋ยวนี้ก้อมีการประกาศสถานีนี้และสถานีต่อไปเป็นภาษาอังกฤษด้วย (สมัยก่อนที่ฉันไป มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วน ทั้งป้าย ทั้งแผนที่ ทั้งเสียงตามสาย ใช้ verb to เดา กันซะส่วนใหญ่)

japan-food-6

ข้าวหน้าปลา ข้าวหน้าไข่กุ้ง ราคาแพงกว่าบ้านเราแต่ขามใหญ่มว๊ากกกกก แล้วคุณภาพอาหารก้อคุ้มตามราคาที่จ่าย เทียบดูแล้วถือว่าไม่แพงเลย

japan-food-1

มันปู … ขาดไม่ได้ ยอมจ่าย บอกเลย! กินกัน 3 มื้อติดๆๆๆ คลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ นี่ สุดยอดเลยค๊า

japan-food-9

โอโคโนมิยากิก้อมา ซ้อสเข้มจริงอร่อยจริง!

japan-food-8

ดื่มที่ญี่ปุ่นถูกมว๊ากกกกก เราดื่มกันเกือบทุกคืนที่โอซาก้า ราคาแก้วละประมาณ 150 -200 บาท แล้วแต่ว่าเราจะดื่มอะไร สาเกก้อมีหลายรสชาดให้เลือกตามที่เราสบายใจ.. ชุ่มคอ ^^

ส่วนเรื่องอาหารการกิน สบ๊ายยยยยยย….! ทุกเมืองในญี่ปุ่นมีร้านข้าว ราเม็ง ขนมหวาน ขนมคาวอย่างทาโกะยากิ เนื้อเสียบไม้ปิ้ง ดังโงะ ฯลฯ มีติดๆๆๆกันยิ่งกว่าร้านสะดวกซื้อบ้านเราซะอีก ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกินปชิมร้านดังตาที่กูรู้หรือไม่รู้ว่ากันไว้ ก้อหายห่วง

เบื้องต้นก้อจบลงแบบมีสาระด้วยประการฉะนี้ โพสต์ต่อไปก้อจะมาตะลุยกันทีละจุด โปรดติดตามตอนต่อไป ไฮ้!

2 thoughts on “ญี่ปุ่น… สุดฟิน!

  1. Panni

    ชอบมากสำหรับสาระดีๆ ข้อมูลดีๆค่า อ่านไปแบบนี้
    ทำให้เตรียมตัวก่อนเดินทางได้ดีขึ้น มั่นใจขึ้นเยอะเลย ชอบมุขฮาๆขำๆที่เสริมเข้ามาสลับกับเกร็ดความรู้ตลอด ติดตามรออ่านเจาะลึกญี่ปุ่นอยู่นะคะ

  2. test

    ส่วนเรื่องอาหารการกิน สบ๊ายยยยยยย….! ทุกเมืองในญี่ปุ่นมีร้านข้าว ราเม็ง ขนมหวาน ขนมคาวอย่างทาโกะยากิ เนื้อเสียบไม้ปิ้ง ดังโงะ ฯลฯ มีติดๆๆๆกันยิ่งกว่าร้านสะดวกซื้อบ้านเราซะอีก ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกินปชิมร้านดังตาที่กูรู้หรือไม่รู้ว่ากันไว้ ก้อหายห่วง

    เบื้องต้นก้อจบลงแบบมีสาระด้วยประการฉะนี้ โพสต์ต่อไปก้อจะมาตะลุยกันทีละจุด โปรดติดตามตอนต่อไป ไฮ้!ส่วนเรื่องอาหารการกิน สบ๊ายยยยยยย….! ทุกเมืองในญี่ปุ่นมีร้านข้าว ราเม็ง ขนมหวาน ขนมคาวอย่างทาโกะยากิ เนื้อเสียบไม้ปิ้ง ดังโงะ ฯลฯ มีติดๆๆๆกันยิ่งกว่าร้านสะดวกซื้อบ้านเราซะอีก ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกินปชิมร้านดังตาที่กูรู้หรือไม่รู้ว่ากันไว้ ก้อหายห่วง

    เบื้องต้นก้อจบลงแบบมีสาระด้วยประการฉะนี้ โพสต์ต่อไปก้อจะมาตะลุยกันทีละจุด โปรดติดตามตอนต่อไป ไฮ้!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *