ตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass (JR)

พูดถึงตั๋ว JR PASS จะหาซื้อจากเมืองไทยได้เท่านั้น ไม่สามารถไปหาซื้อที่ญี่ปุ่น โดยทั่วไปเราจึงเห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นต้องเช็คเรื่องตั๋ว JR กันให้ดี และจัดการซื้อให้เรียบร้อยก่อนไป ไอ่ประเภทจะไปจกซื้อกันหน้างานนี่ไม่ได้นะจ้ะ

ตั๋ว JR มีหลายแบบ แนะนำให้ซื้อแบบ JR All Pass ถ้าคุณจะเดินทางไปหลายที่ แต่ถ้าจะเน้นเป็นแต่ละโซน ก้อเลือกซื้อตั๋วแบบแต่ละโซนจะดีกว่าและถูกกว่า เช่น JR-Hokkaido JR-East JR-Kyushu เป็นต้น ทริปนี้เราเดินทางเยอะหลายที่ เลยตกลงซื้อแบบ JR All Pass กัน

ตั๋ว JR All Pass ก้อต้องเลือกซื้อให้เหมาะกับอายุวันที่เราจะใช้งานคือตามวันเดินทางของคุณในญี่ปุ่น :
–> ซึ่งตั๋วมี 3 แบบอายุให้เลือกคือ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน
–> ตั๋วทั้งสามแบบนี้ ก้อแบ่งออกได้อีกสองประเภท คือ
1) ตั๋ว Green สำหรับ superior class : ตั๋วแบบนี้จะขึ้นไดมากสายกว่าและสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ ราคาจะสูงกว่าแบบธรรมดา (ordinary) นิดหน่อย
2) ตั๋ว Ordinary สำหรับ economy class : เป็นตั๋วสำหรับชั้นธรรมดา ไม่สามารถจองล่วงหน้าได้ ใครมาก่อนได้ที่นั่งก่อน แต่ก้อไม่ต้องกังวล เพราะคนญี่ปุ่นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยน่ารักมาก ต่อแถวกันขึ้นรถไฟ ไม่รีบร้อน ไม่มีการกั๊กที่ให้เพื่อน ส่วนตัวชอบการเที่ยวญี่ปุ่นมากๆก้อเพราะจุดนี้ ไม่ต้องไปแย่งกับใคร ไม่เสียอารมณ์ในการโดนแซงคิว ไม่ต้องสะกดบ่าป้าข้างหน้าว่าอย่าแซงแถว ชิล ๆ สบาย ๆ ไปกันเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ คือดีต่อจายยยยยย ชอบจัง

ในการซื้อตั๋ว JR เราติดต่อซื้อจากยริษัททัวร์ทั่วไปได้เลย ง่ายมาก เพียงแค่โทรไปถามราคาเค้าก่อนว่าตอนนี้เท่าไหร่แล้ว ราคาจะขึ้นลงตามค่าเงินเยน ซึ่งราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 9000 – 9500 บาทสำหรับตั๋ว 7 วัน

ตกลงใจซื้อแล้วก้อส่งก้อปปี้หน้าพาสปอร์ตให้เค้าออกวอยเชอร์ให้ (voucher) เป็นกระดาษแผ่นเดียว ซึ่งกระดาษแผ่นนี้สำคัญมาก ห้ามหาย! หายแล้วจะให้เจ้าหน้าที่เค้าออกให้ใหม่เหมือนบัตรเอทีเอ็มบ้านเราไม่ได้นะเธอ หายแล้วหายเลย จากนั้นเราก้อถือกระดาษแผ่นนี้ไปแลกเป็นตั๋ว JR PASS ตัวจริงที่สนามบินหรือสถานีรถไฟหลักในญี่ปุ่น และที่สำคัญคือ ตัวสะกดชื่อต้องเป๊ะตามหน้าพาสปอร์ตเท่านั้น อยากจะเน้นว่าถ้าเราได้ voucher มาแล้ว ให้ตรวจสอบตัวสะกดชื่อแซ่อีกครั้ง เกิดผิดพลาดอะไรจะได้ไปตบตีกับบริษัททัวร์ที่นี่ทันก่อนจะเหินฟ้าไปถึงแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งตอนนั้นเราจะทำอะไร.. ไม่ได้แล้วหน่ะนอกจากเอากระดาษแผ่นนั้นไว้ซับน้ำตา (ก้อซับลำบากอีก มันแข็งไปมั้ย ไม่ใช่กระดาษทิชชู่!)

jr-voucher

voucher ของตั๋ว JR Pass ที่เราจะได้รับเมื่อซื้อจากเมืองไทย จะต้องเอา voucher นี้ไปเปลี่ยนเป็นตั๋วตัวจริงที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ** อย่าทำหายนะจ้ะ พับเก็บไว้แนบอกเลย! **

 

เจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศตั๋วเค้าเข้มงวดจริงอะไรจริง เหตุผลที่น่าแปลกและเป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าจริงคือ มีบางคนที่ชื่อและนามสกุลเหมือนกัน เออออออออ… จริงแหะ บางทีออกเสียงเหมือนกันแต่ตัวสะกดไม่เหมือนกันหรือสะกดเหมือนกันเป๊ะก้อมี ถ้าเค้าให้ตั๋วไปผิดคนเพราะหยวนตัวสะกดที่ผิดไปให้ ทีนี้ทำไง เจ้าหน้าที่ก้อต้องรับผิดชอบไป เค้าถึงต้องเข้มงวดมากมายเรื่องชื่อเรื่องตัวสะกดนี่ พลาดไม่ได้เลย

jr-tkt

ตั๋ว JR Pass ตัวจริง เอา voucher ไปแลก รับได้ที่ในญี่ปุ่นเท่านั้น (*อย่าทำตั๋วหายเด็ดขาด จะไม่สามารถขอให้ทางญี่ปุ่นออกตั๋วใหม่ให้ได้ในทุกกรณี*)

ออฟฟิศในการแลกตั๋ว JR พอไปถึงสนามบินนาริตะโตเกียวแล้ว ก้อซ้ายหัน ลงบันไดเลื่อนไป แล้วก้อขวาหันอีกที เดินออกมานอกกรอบประตูซัก 3 ก้าว จะเห็นแถวคดเคี้ยวเลี้ยวลดต่อกันยาวววววววหน่อย นานนนนหล่ะ คือแถวที่คุณต้องนำร่างไปต่อคิวเพื่อเอา voucher ไปแลกเป็นตั๋วตัวจริง

nrt-jr-office-1

สนามบินนาริตะ โตเกียว : ออฟฟิศตั๋ว JR จะมองเห็นง่าย ๆ ด้านซ้ายมือ หลังจากลงบันไดเลื่อนแล้วเลี้ยวขวามา

ได้ตั๋วแล้วเดินสะบัดบ็อบเข้าไปที่ Tokyo Express ซึ่งหาไม่ยากเลย ทางเข้าจะอยู่ด้านขวามือ ตรงข้ามกับออฟฟิศตั๋วเพื่อเข้าเมืองกันเลยจ้ะ

tokyo-jr-office-to-jr-express

สนามบินนาริตะ โตเกียว JR office : เดินตรงไปซัก 6 – 7 ก้าว ด้านขวาจะมีป้ายสีแดง JR East เพื่อขึ้นรถไฟเข้าตััวเมืองโตเกียว รถไฟ JR จะจอดเฉพาะบางสถานีเท่านั้น สามารถตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่ตู้ตั๋วรถไฟหรือออฟฟิศ JR ได้ว่ารถไฟจะจอดสถานนีที่เราต้องการลงหรือไม่

ส่วนที่สนามบินคันไซ โอซาก้า : ทางเข้ารถไฟ JR Line ออกมาจากสนามบินแล้วจะเห็นทางเข้าอยู้ด้านขวามือ สีสันจัดจ้านชัดเจน ไม่หลงแน่นอน

kix-jr-entrance-2

สนามบินคันไซ โอซาก้า ทางเข้ารถไฟ JR

kix-jr-entrance-1

kix-jr-office

สนามบินคันไซ โอซาก้า : ออฟฟิศขายตั๋วต่าง ๆ ด้านหน้าทางเข้ารถไฟฟ้า

kix-jr-office-2

หลังจากได้รับ voucher แล้ว ก่อนจะเดินทาง ลำดับต่อไปเราก้อจะต้องตรวจสอบเส้นทางให้ดีว่าเราจะเดินทางไปไหน เส้นทางนั้นใช้ตั๋ว JR ได้มั้ย เรื่องนี้สำคัญเพราะการใช้ตั๋ว JR นั้นจะมีอยู่ 2 แบบคือ
1) ใช้ได้ตามเส้นทางโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
2) บางเส้นทาง เราใช้ได้ ไปได้ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น รถไฟ JR สาย Nozomi เพราะเป็นรถไฟแบบพิเศษ

แหล่งข้อมูลที่ฮ็อตฮิตที่สุดในการเช็คเส้นทางหลัก ๆ ที่เราใช้คือ Hyperdia จะบอกรายละเอียดไว้เกือบจะสมบูรณ์ เช่น ขึ้นจากสถานีไหน ต่อที่สถานีไหน รถไฟ JR แล้วต้องไปต่อกับรถไฟใต้ดินที่ไหน ใช้เวลาเดินทางเทา่ไหร่ รถไฟสายที่จะขึ้นชื่ออะไร ไปถึงกี่โมง ต้องไปต่อรถไฟขบวนหน้ากี่โมง ฯลฯ สามารถ download ใช้เป็น App มือถือในการเดินทางได้ด้วย เริ่ดๆๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตอนไปถึงญี่ปุ่นแล้วให้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟด้วยอีกทีก้อจะดี เพราะมีหลายเส้นทางที่เราหาข้อมูลจากตรงนี้ไว้ แต่ไปถึงจริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่เค้าจะแนะนำเส้นทางอื่นที่ไวกว่า หรือต่อสายรถน้อยกว่าให้เราได้เหมือนกัน เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตอนนี้สื่อสารถภาษาอังกฤษได้ระดับนึงนะ ไม่เหมือนสมัยก่อน เดินเข้าไป say hi แล้วก้อถามเค้าได้เลย

อีกอย่างนึงที่อยากจะแนะนำคือ ฉันเป็นมนุษย์ประเภท manual คือ หาข้อมูลอะไรไว้อิชั้นปริ๊นท์ใส่กระดาษออกมาหมด! ไม่ใช่ไม่ไว้ใจเทคโนโลยี แต่บางทีสัญญาณเน็ตก้อไม่ติดมั๊ย โทรศัพท์แบตหมดมั๊ย คิดว่าเซฟไว้แล้วแต่เซฟไม่ติดก้อมีมั๊ย ดังนั้นอิชั้นมั่นใจในกระดาษและน้ำหมึก ปริ้นท์เสียบกระเป๋าไว้เลย อุ่นใจดี 🙂

การใช้ตั๋ว JR ก้อสะดวกสบายมากกกกกกกก แต่กว่าจะรู้ว่ามันง่ายเยี่ยงนี้ กะเหรี่ยงอย่างพวกเราก้อเกือบจะหมดสนุกในวันแรกเหมือนกัน คือจากสนามบิน เราต่อรถมาลงที่ Akihabara เพื่อเดินไปยังที่พัก แต่ ณ จุดที่เราจะต้องออกจากสถานี มันไม่มีตั๋วให้สอดตู้ออกมา แล้วจะออกมายังไงดีหล่ะ เดินไปถามคุณลุงที่ตู้ตั๋ว คุณลุงแกบอกแต่ว่า “ticket ticket” เราบอก “no have” ลุงแกชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้เราไปทำอะไรไม่รู้ หน้าตาเคร่งเครียดเหมือนเรากำลังจะโกงเศรษฐกิจประเทศเค้ายังไงยังงั้น ทีนี้กะเหรี่ยง 4 คนหันหน้าคุยกัน เอาไงกันดีๆ หันไปถามน้องโตเกียวโกะหน้าตาจิ้มลิ้มที่เดินผ่านมา ชีก้อพาเราเดินไปตรงแผนที่สถานี ฮ่ะ ม่ะช่ายยยยย เราไม่ได้หลงทาง เราแค่อยากจะออกไปจากทางนี้เท่าน๊านนนนน ชีหันมายิ้ม ๆ เขิน ๆ โค้ง ๆ ให้พวกเรา แล้วก้อค่อย ๆ fade ออกไป คือชีไม่เข้าใจว่าพวกเราพูดอะไร (แต่ก้อขอบคุณน้องเค้าในน้ำใจน่ารักที่พยายามช่วยเหลือ ประทับใจจัง) จนพี่คนนึงเค้านึกได้ว่า เออ แหะ ลองวิธีนี้ ว่าแล้วพี่เค้าก้อจกตั๋ว JR ออกมา แล้วก้อเดินดุ่ม ๆ ไปหาคุณลุงคนนั้น โชว์ตั๋ว JR ที่ระดับสายตาลุงเค้าเป๊ะ! พอเห็นปุ๊บ ลุงแกยิ้มปั๊บ เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย! แกยิ้มให้เรา แกโค้งให้เรา แล้วเราก้อผ่านออกได้ง่ายดายยยยย จากนั้นเรารู้เลยว่าโดยบัตร JR นี้เหมือนเราเป็นโชกุน เป็นเจ้าหญิงแห่งแดนอาทิตย์อุทัยก้อไม่ปาน จะเข้าออกสถานีไหน เราไม่ต้องมีบัตรจิ้มผ่านเครื่องเหมือนคนทั่วไป เราแค่เดินไปตรงห้องตั๋ว โชว์บัตร JR เจ้าหน้าที่เค้าจะเปิดประตูให้เราเข้า-ออกอย่างลื่นไหลยิ่งกว่าสัญญาณ 10G ไม่ต้องไปรอต่อแถวที่เครื่องเสียบการ์ดหน้าสถานนี ….. หึหึ …. ทีนี้คุณก้อรู้แล้วซินะ ว่าการจะเป็นสิทธิชนในญี่ปุ่นในง่ายนิดเดียว แล้วอย่าหลงไปถามกับเจ้าหน้าที่สถานีแบบพวกเราหล่ะ ในการถือบัตร JR คุณจัดได้ว่าเป็นคนไฮโซไปโดยปริยาย เริ่ดดดดดดดด

ขอให้สนุกสนานกับการวางแผนการเดินทางไปญี่ปุ่นนะจ้ะ

 

One thought on “ตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass (JR)

  1. Panni

    สาระเยอะมว๊าาาาาาก ชอบบบบบ เวลาไปญี่ปุ่นจะใช้เป็นแหล่งข้อมูลน้ำเที่ยวหลักเลย ขอบคุณนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *