เครื่องบิน ผ้าห่ม พิซซ่า และปลาตีน

sky-from-airplane

การขึ้นเครื่องบิน… มันซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ที่นั่งเล็ก ของที่เก็บไว้ในช่องด้านบนหล่นใส่หัวบางคนหัวแตกเลยนะ  ระวังคนใกล้ตัวใส่น้ำหอมกลิ่นคลื่นเต่าพิฆาต โดยเฉพาะห้องน้ำนี่จัดอยู่ในหมวดรายการมิติพิศวงเลยนะเธอออออ … กรี๊ดดดดด.. จริงดิแก๊….!! ก่อนจะขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ฉันได้ยิน ได้อ่านอะไรประมาณนี้มาเยอะ ทั้งคน ทั้งเครื่อง มันขนาดนั้นเลยเหรอ…. ขอบอกว่า บางไฟลท์ก้อขนาดนั้น หรือยิ่งกว่านั้นจริง ๆ ค่ะคุณ โดนมากับตัว เห็นมากับตา อะไรบ้างหน่ะเหรอ ……

airplane-inside-1

ไฟลท์นั้นฉันจำได้ไม่ลืม หลายปีมาแล้วฉันไปมาเก๊า (เป็นครั้งที่ 4) กับเพื่อนสองสาวพราวแพรว ไฟลท์เราออกดึกแล้วจะไปถึงมาเก๊าในเช้าวันรุ่งขึ้น (ภาษาอังกฤษที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า Red-eye flight นั่นหล่ะ มันคือไฟลท์ที่ออกเดินทางเวลาดึก ถึงที่หมายในเวลาเช้า แปลตรงตัวคือเที่ยวบินตาแดง ที่ไม่ได้เกี่ยวกับโรคติดต่ออะไร ไม่ต้องใช้ผ้าแปะตาขึ้นเครื่อง แต่ผู้โดยสารเกือบทุกคนจะตาแดง ๆ เพราะอดนอน หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ บนเครื่องบิน) เราจะได้ตื่นกันขึ้นมาอย่างสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม (มั๊ย…)  แพลนกันไว้อย่างนั้น …. แต่ความเป็นจริงของคืนนั้น มันช่างน่าสะพรึงกลัว… หลังจากจัดการกับอาหารบนเครื่องที่แอร์โฮสเตสสาวสวยหมวยร่างเล็กนำมาเสิร์ฟตรงหน้าเราหมดเกลี้ยงแล้ว เอาหล่ะ หนังท้องตึงหนังตาเริ่มจะหย่อน สองสาวหันมามองหน้าอย่างรู้กัน แกพร้อม ฉันพร้อม กำลังจะปิดหนังตาบนลงมา แต่ใบหูขวาได้ยินเสียงดึง “กึก!” ที่แถวด้านขวาถัดลงไปเราสองคนรีบหันไปมองในทันที ภาพที่เห็นคือ ผู้ชายตาตี่ผิวขาววัยประมาณ 40 ตอนต้นคนหนึ่งดึงที่เก็บพับตรงเบาะด้านหน้า (ที่เราไว้วางอาหาร) ลงมา แล้วเอาขาหนึ่งพาดไว้บนนั้น อีกขานึง .. พี่แกพาดตรงที่พักหัวของเก้าอี้แถวหน้า Ohhhh.. my goshhhhhh*** คือเอาส้นตรีนของพี่เค้ามาพาดอยู่ตรงเบาะด้านหน้าที่ไม่มีคนนั่ง แล้วก้อเอนเก้าอี้ให้มันสุดๆๆๆ คือถ้ามันเอนนอนได้แบบชั้นธุรกิจพี่แกคงทำไปแล้ว เราสองคนหันหน้ามองกันเลิ่กลั่ก ทำไงดี แอร์ฯ เห็นรึยัง ขาเล็ก ๆ ของพี่แกจะพาดมาถึงที่นั่งเรามั้ยนะ พี่แกตัวเล็กก้อจริง แต่ด้วยความที่แกเอนเบาะลงไปสุด ๆ เท่าที่จะเอนได้ ตัวก้อเลยเลื่อนต่ำลงมา ขาสองขาที่พาดชี้โด่ชี้เด่ก้อเลยออกมาตรงบริเวณทางเดิน ระดับหน้าอกพอดี! แอร์ฯ คงกำลังยุ่งกับการเก็บถ้วยของจานชามเพราะเป็นจังหวะหลังกินกันเสร็จ หลังจากนั้นซักพัก แอร์ฯ สาวหมวยก้อมาสะกิดเตือนพี่แก แทนที่จะรู้สึกผิด ขอโทษขอโพย กลายเป็นแกตื่นมาโวยวายเสียงดังลั่น เหมือนได้ดูจอมยุทธ์กำลังประมือกับจอมมาร ฝ่ายนั้นงัดฝ่ามือนกกะเรียนออกมารุกใส่ ฝ่ายนี้ใช้ฝ่ามือเทพขั้น 8 ตั้งรับ ฝ่ายมารลมปราณแตกซ่าน ตะโกนโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ฝ่ายจอมยุทธสาวก้องัดทุกกระบวนท่าออกมาพิชิตมารเฒ่าสำเร็จลงจนได้ เราสองคนได้แต่ดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ อย่าให้สถานการณ์เกินเลยถึงขั้นกัปตันต้องออกมาเคลียร์เลย ไม่งั้นใครจะขับเครื่องบินกันหล่ะคะพี่น้อง! เค้าม่ะไว้ใจระบบ auto pilot!! ดีที่ทางทีมลูกเรือมีความเป็นมืออาชีพมากๆ สถานการณ์นี้เอาอยู่ได้ภายในไม่กี่นาที ท้ายที่สุดธรรมะก้อย่อมชนะอธรรม ประมาณว่าหนักกว่านี้อั๊วะก้อเจอกันมาแล้ว นี่ถิ่นใครให้มันรู้ซะบ้าง … ข้าน้อยขอคารวะ

แต่ฉากบู๊ล้างผลาญปล่อยพลังใส่กันสะบั้นหั่นแหลกแบบนี้ก้อไม่ได้จะมีให้เห็นกันบ่อย ๆ นอกจากมันจะเป็นวันฝนตกขี้หมูไหลคน…อะไรมาพบกันจริง ๆ ที่เห็นบ่อยเป็นแนวภาพกีฬามันส์ ๆ คือ คนกับผ้าห่ม … (คุณขา… อย่าเพิ่งคิดไกล สมัยนี้คงไม่ค่อยมีใครมาเล่นผีผ้าห่มกันบนเครื่องกันซักเท่าไหร่ ก้ออีกนั่นหล่ะ นอกจากมันจะเป็นวันที่ฝนตกขี้หมูไหลคน (จัญ) ไร มาทำอะไรกันบนเครื่องจริง ๆ … ) ฉันเป็นคนขี้ร้อน ไม่ค่อยจะขอผ้าห่มบนเครื่องมาใช้ซักเท่าไหร่ ถ้าหนาวจริง ๆ ก้อจะขอมาห่มเฉพาะช่วงหน้าตักยาวลงไปถึงหน้าขาเท่านั้น ลำตัวด้านบนฉันจะชอบใช้เสื้อแจ็กเก็ตของตัวเอง หรือผ้าพันคอให้พออุ่นเป็นใช้ได้ หลายคนข้างตัวฉัน (และในเกือบทุกไฟลท์) คงจะหนาวมากกกกก หนาวขนาดเอาผ้าห่มลงไปพันกันถึงตาตุ่มครอบคลุมถึงที่ปลายเท้ากันเลยทีเดียว! ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด ไม่ใช่แค่คลุมนะ พี่เค้าเอาผ้าห่มพันที่เท้าแบบห่อสาหร่ายห่อซูชิเลย แล้วก้อปล่อยผ้าให้ลงไปกองที่พื้น แล้วก้อขมวด ๆ กับอุ้งเท้า พันเท้าไปก้อม้วนต้วนเหยียบย่ำลงไปบนผ้าห่ม! อุ๊..แม่! เห็นครั้งแรก ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ใจก้อคิดว่าทำไมคุณแอร์ไม่บอกไม่เตือนเลย หลัง ๆ มาสังเกตได้ว่า คนพวกนี้จะทำพฤติกรรมแบบนี้กันตอนทานอาหารบนเครื่องเสร็จแล้ว เป็นจังหวะที่แอร์ฯ จะไปยุ่งอยู่ด้านหลัง แล้วผู้คนก้อเริ่มหลับ พอแอร์ฯ เดินมาใกล้ก้อแกล้งหลับ น้องแอร์ฯคนสวยก้อคงไม่กล้าปลุก (อาจจะจะกลัวโดนเรียกมากราบในภายหลัง ปลุกฉันทำไม รู้มั๊ย ฉันลูกใคร) หลังจากเครื่องลงจอด พี่เค้าเหล่านั้นส่วนใหญ่จะสะบัดผ้าลงไปกองที่พื้นทั้งผืนอย่างไม่แคร์ ไฟลท์จอด ฉันลง หล่อนเอาผ้าไปซักตามหน้าที่ เข้าใจ๊…. แอบนึกดีใจกับตัวเอง ณ จุดจุดนั้นที่ได้เห็นพฤติกรรมแบบนี้ครั้งแรกว่า ดีนะที่ฉันไม่ใช่คนขี้หนาว .. แล้วคุณหล่ะ ขี้หนาวรึเปล่า … จะขอผ้าห่มซักผืนมั๊ยคะ

ผ้าห่ม.. ไม่มีให้บริการบนเครื่องของสายการบินแบบ low cost หรือ budget airline นะคะ ไม่มีการเสิร์ฟอาหารด้วย แต่สายการบินจะมีบริการขายขนม อาหารหรือเครื่องดื่มบนเครื่องให้เราเลือกซื้อได้ตามความต้องการให้พออิ่มท้อง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย ช็อกโกแลต แซนด์วิช ขนมปัง ข้าวกล่อง น้ำแร่ น้ำอัดลม แนว ๆ นี้ … แล้วถ้าอยากกินพิซซ่าหล่ะ จะทำยังไงดี ในเมนูก้อไม่มีซะด้วย ….. มีคำตอบให้ค่ะ ทำอย่างเดอะแก๊งค์พี่แขกแก๊งค์นี้ซิคะ …. ไฟลท์นี้เป็นไฟลท์จากอินเดียมากรุงเทพ  ทุกคนทยอยกันเดินเข้าเครื่อง ประจำที่นั่งของตัวเอง เก็บกระเป๋า รัดเข็มขัด รอผู้โดยสารคนอื่น ๆ เดินเข้ามาประจำที่นั่งของตัวเอง เมื่อพร้อมกันแล้วเครื่องจะได้ออกตามเวลา ฉันคนนึงหล่ะที่เข้าประจำที่เรียบร้อย ผู้คนเดินทยอยกันเข้ามา และก้อเข้ามา แต่.. อืมมม .. กลิ่นอะไรหอม ๆ คุ้น ๆ ลอยมาเข้าจมูก กวาดสายตามองหาต้นตอของกลิ่นนั้น แล้วมันก้อไปหยุดที่แก๊งค์ชายหนุ่มอินเดีย 4 – 5 คน เดินคุยกันร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้เปรียบดังว่านี่เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพี่เค้าเอง  ที่ร้ายกว่านั้นคือพี่แขกเค้าถือพิซซ่าในกล่องขึ้นมาด้วย เฮ้ยยยยยยยยยย ถือขึ้นมาได้ยังไง ทำไมเจ้าหน้าที่ตรงที่ประตูขึ้นเครื่องไม่ได้ห้ามไว้เหรอ ปล่อยให้เอาเข้ามาได้ยังไง ผู้โดยสายทุกคน ณ ตรงนั้นจ้องไปที่จุดรวมสายตาเดียวกัน แต่พี่เค้าก้อยังไม่รู้สึกอะไรกันเลย! อันนี้ว่าร้ายแล้ว แต่ที่ร้ายสุดคือ พี่แขก 4 – 5 คนนี้ นั่งแถวหลังถัดจากฉันเลย โอ้ววว พี่ซิงห์ แล้วอินี่ฉันจะทำยังงายยยยย พี่ซิงห์จะแบ่งให้น้องยาใจซักชิ้นมั๊ย หรือจะปล่อยให้น้องดมกลิ่นพิซซ่าไป ทรมานกระเพาะไป แอร๊ยยยยยยย .. ดูจากอาการงงงวยของแอร์สาวแล้ว คงจะอยู่ในภาวะตั้งตัวไม่ติด สติยังไม่มาเหมือนกับหลายคน  ประเมินจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้วฉันตัดสินใจจะเอื้อมดรรชนีพิฆาตของฉันไปที่ปุ่มเรียกพนักงานบนเครื่อง แต่ยังไม่ทันที่นิ้วจะแตะถึงปุ่ม  หัวหน้าทีมลูกเรือเดินออกมาจากด้านหลังสุดของเครื่องบินอย่างเร็วจนแทบจะบินมาถึงตัวพี่หัวหน้าแก๊งค์ จากนั้นก้อส่งภาษากันวุ่นวายขนาดลำโพงคอนเสิร์ตบิ๊กเม้าเท่นยังสู้ไม่ได้ พี่ซิงห์ก้อตั้งป้อมเถียง พี่หัวหน้าทีมก้อพยายามอธิบายกฎการห้ามนำอาหารขึ้นมาทานบนเครื่อง คุยกันไป ส่ายหน้า ส่ายคอ ตากลอกบน กลอกล่าง ดูไปดูมาก้อเพลินดีแหะ เหมือนได้ดูหนังแขกแบบสด ๆ … ท้ายที่สุด แน่นอนว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม (แน่นอนอีกเช่นเคยค่ะคุณ) แก๊งค์พี่ซิงห์ต้องส่งถาดพิซซ่าให้กับพี่หัวหน้าลูกเรืออย่างเสียไม่ได้ อดปาร์ตี้พิซซ่ากันบนเครื่องตามที่ได้แพลนกันไว้ …. แหมมมม แต่ละถิ่น แต่ละที่ นี่ต่างก้อมีทีเด็ดของตัวเองที่ฉันคาดไม่ถึงจริง ๆ .. ฮัดช่า!
(ปล. จริง ๆ แล้วภาษาอินเดียไม่มีคำว่า ฮัดช่า นะเธอ คำนี้จริง ๆ แล้วคือคำว่า Accha ออกเสียงว่า อั๊ก-ช่า หรือบางคนออกเสียงว่า อะ-ช่า แปลว่า ดี .. ส่วนคำว่า ใช่ ออกเสียงว่า ฮา.. (Ha) พร้อมกับส่ายหน้าส่ายคางนิดหน่อย พอเป็นพิธีว่าฉันเห็นด้วยนะ และคำเด็ดขวัญใจพี่ไทยเราคือคำว่า ไม่ ออกเสียงว่า นา-ฮี (Nahi) ขอย้ำว่า นา-ฮี ที่ใช้ ฮ. นกฮูกเท่านั้นนะคะคุณ)

airplane-1

ตัวฉันเองขึ้นเครื่องบินมาก้อหลายสายการบิน หลายเส้นทาง ระยะ 3 – 4 ปีหลังมานี่ ฉันสังเกตว่าพฤติกรรมการใช้เครื่องบินของบางกลุ่มคนเปลี่ยนไป นิสัยส่วนตัวฉันเวลาเดินทางจะเป็นคนชิล ๆ ไม่ชอบแย่ง ไม่ชอบเบียดกับใคร ได้นั่งโซนแถวหน้าบ้าง แถวหลังบ้าง ได้หมด ไม่มีปัญหา อย่างที่เรารู้กันว่า พนักงานที่ประตูขึ้นเครื่องจะเรียกผู้โดยสารที่มีหมายเลขที่นั่งในโซนหลังให้ขึ้นเครื่องมาก่อน แล้วจึงตามด้วยหมายถัดเข้ามาในโซนกลาง และที่นั่งโซนด้านหน้าเป็นลำดับสุดท้าย (ในส่วนของผู้โดยสารที่มีเด็ก คนชรา หรือหญิงมีครรภ์ ทุกสายการบินจะเรียกให้ขึ้นเครื่องก่อนเป็นลำดับแรกสุดก่อนเรียกที่นั่งโซนธรรมดา)  ถ้าฉันได้โซนด้านหลัง สิ่งที่ฉันเริ่มเห็นบ่อย ๆ คือ คนที่เดินเข้าเครื่องมา จะเอากระเป๋าตัวเองใส่ในที่เก็บของโซนด้านหน้า แล้วก้อเดินตัวปลิวมาหาที่นั่งของตัวเองในโซนด้านหลัง …….. เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย .. นี่ฉันตาฝาดรึเปล่า ทำไมทำกันแบบนี้ห๊า!  คือเคืองงงงงงงมาก มันช็อค เหมือนมีคนมาชกเข้าที่กลางแสกหน้า แล้วไม่ใช่ทำแค่คนเดียว หลาย ๆ คนก้อทำ แล้วทำกันแบบหน้าตาเฉย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ คนที่นั่งโซนแถวหน้า ก้อไม่มีที่จะเก็บกระเป๋า เวลาฉันนั่งโซนหน้า ฉันยังพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เหมือนที่ละครไทยชอบทำกันบ่อย ๆ ว่า เออ แหะ คนแถวนี้มีกระเป๋าขึ้นเครื่องกันเยอะจริง ถ้าไม่ได้มาสังเกตเห็นตอนนั่งโซนหลังบ่อย ๆ นี่ไม่รู้เลย ทีนี้ก้อต้องลำบากน้องแอร์ฯ ต้องมาคอยขยับกระเป๋านั้น กระเถิบกระเป่านี้ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างเพียงพอใส่กระเป๋าทุกใบที่ผู้โดยสายต้องการจะเก็บ บางทีกระเป๋าก้อถูกเก็บในตู้ที่ไกลกับที่นั่งของตัวเอง ผู้โดยสารคนนั้นก้อต้องงคอยเหลือบมองว่ากระเป๋าตัวเองยังอยู่ดีมั๊ยตลอดไฟลท์ ใครจะมามั่วเปิดรึเปล่า ….  อ่านแล้วรู้สึกแย่ใช่มั๊ย ใช่ .. มันแย่มาก .. ยิ่งเห็นกับตา แล้วเห็นบ่อย ๆ ด้วยนี่คำว่าแย่ยังไม่พอ มันคือความเห็นแก่ตัวและไร้วินัยสุด ๆ ไม่นึกถึงคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น ฉันขอประณาม คราวหน้าฉันจะทำป้ายไฟถือขึ้นเครื่อง ใครทำแบบนี้ฉันจะเดินไปยืนสะบัดบ็อบข้าง ๆ แล้วชูป้ายไฟให้เห็นจะจะว่า “I KNOW WHAT YOU DID!” (ฉันรู้น๊ะว่าแกทำอะไร!) เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวฉันจะไปบอกแก๊งค์ที่ซิงห์ให้เอาพิซซ่าที่เก็บไว้ที่ห้องเครื่องด้านหลังมาปาใส่หน้าแกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! แถมด้วยปลาตีนของผู้เฒ่าจอมมารจากไฟลท์มาเก๊าแสกเข้ากลางกระหม่อมด้วยเลยดีมั๊ย จะได้ไม่ทำอีก!

One thought on “เครื่องบิน ผ้าห่ม พิซซ่า และปลาตีน

  1. Krittaya

    ขำหนักมาก ได้ความรู้อีกด้วย
    จะรอเรื่องใหม่นะคะ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *