สนามบิน เช็คอิน … และแล้วคนไทย (อย่างเรา) ก้อบินได้

บอร์ดแจ้ง check in counter ขอแต่ละไฟลท์ที่สนามบินสุวรรณภูมิขาออก ชั้น 4

บอร์ดแจ้ง check in counter ของแต่ละไฟลท์ที่สนามบินสุวรรณภูมิขาออก ชั้น 4

airport-sign-2

ผ่านตม. เข้ามาแล้ว จะเจอป้ายนี้อยู่่ตรงหน้าเราพอดี บอกทิศทางไปประตู (Gate) ที่จะไปรอขึ้นเครื่อง (boarding)

พาสปอร์ต.. พร้อม
ตั๋วเครื่องบิน…พร้อม
ที่พัก… พร้อม
เงินสด เครดิตการ์ด ตั๋วเพิ่มเติมะไรต่าง ๆ ขนม นม เนย.. พร้อม
งั้นก้อไปเที่ยวกันนนนนนนน ออกไปดูผู้คน เห็นโลกกลม ๆ ที่กว้างใหญ่ (อย่างที่ปาล์มมี่เค้าร้องบอกไว้) โพสต์นี้จะขอแบ่งปันข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกนะ

ก้าวแรกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว … ณ ที่แห่งนี้ สนามบินแห่งชาติประเทศไทย โอ้… มันช่างใหญ่โตมโหฬาร เคาท์เตอร์เยอะแยะ ประตูเข้าออกมากมาย อะไรกันนี่! เข้าประตูไหนดี สายการบินนี้จะเช็คอินเคาท์เตอร์ไหน จะงงมั๊ย!?!?? ไม่ต้องตกใจ สูดหายใจลึก ๆ เข้าประตูมาปุ๊บให้มองหาป้ายสีดำดิจิตอลใหญ่ ๆ มีตารางเวลา ชื่อสายการบิน ชื่อเมืองเรียงกันเป็นบรรทัด และเคาท์เตอร์เช็คอิน เริ่มแรกให้เรากวาดสายตามองหาเวลาที่เที่ยวบินของเราจะออก พอเจอแล้ว ก้อส่ายสายตามองไปทางขวาของบรรทัดเดียวกัน จะมีแจ้งไว้ว่าเราจะต้องไปเช็คอินที่เคาท์เตอร์ไหน จากนั้นเราก้อลากกระเป๋าเดินไปงาม ๆ ตามที่เคาท์เตอรร์นั้น …. ง่ายยยยยย แล้วใช่ม่ะ

เข้าไปที่เคาท์เตอร์เช็คอิน จกตั๋วเครื่องบินพร้อมกับพาสปอร์ตออกมาให้เจ้าหน้าที่สายการบินจัดการเช็คอินให้เรา แล้วโหลดกระเป๋าใหญ่ลงเครื่อง (ส่วนใหญ่น้ำหนักไม่เกิน 15 – 20kg แล้วแต่สายการบิน) กระเป๋าสะพายใบเล็กขึ้นเครื่อง (ส่วนใหญ่น้ำหนักไม่เกิน 5 – 7kg แล้วแต่สายการบิน) เรียบร้อยแล้วคุณเจ้าหน้าที่จะให้ boarding pass มา พร้อมกับระบุว่า คุณจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน เวลากี่โมง ไม่ยากเลย นอกจาก boarding pass แล้วเราจะได้รับใบยาว ๆ สีขาวซึ่งก้อคือใบตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ซึ่งเราจะต้องกรอกให้เรียบร้อย เพื่อยื่นให้กับเจ้าพน้าที่ตม. พร้อมกับพาสปอร์ตของเราหลังจากผ่านเครื่อง scanner ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อไป …. ช่างง่ายดายซะจริง ๆ
(ฮัลโหล ๆ : เราควรจะไปเช็คอินก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชม. นะจ้ะ หรือถ้าไปก่อนนั้นได้จะยิ่งดี ถ้าเคาท์เตอร์เช็คอินยังไม่เปิด ปกติจะมีแถวที่เค้าตั้งคิวรอกันอยู่แล้ว ก้อไปต่อเข้าคิวรอกับเค้าได้เลยค่ะ)
(ฮัลโหลๆๆ อีกครั้ง : ถ้ามีใครจะมาฝากกระเป๋าหรือฝากของขึ้นเครื่องไปกับเราด้วย จะอ้างว่าน้ำหนักเต็ม กระเป๋าฉีกแตกหรืออะไรก้อตาม ขอให้ปฏิเสธไปนะคะ เหตุผลคือ เราไม่รุ้จักเค้า มันมีอะไรอยู่ในกระเป๋าเราไม่รู้ ถ้าเป็นของผิดกฎหมายขึ้นมา เราจะทำยังไง ดูตัวอย่างยัยบริเจ็ท โจนส์ในหนัง Bridget Jones Diary ซิ จู่ ๆ ชีก้อต้องไปนอนในซังเตสมุยซะงั้น … ใช่ค่ะ คนไทยใจดีช่างเกรงใจ แต่ในกรณีนี้ ขอย้ำนะคะว่า just say NO! ไปเลย)

traveling-bag

แต่มีข้อควรระวังในการโหลดกระเป๋า และผ่านเครื่อง scanner เบื้องต้นนิดส์นุง ประมาณนี้ :
กระเป๋าใหญ่ : ห้ามใส่ power bank ต้องเอามาใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายสำหรับขึ้นเครื่องเท่านั้น
กระเป๋าสะพายขึ้นเครื่อง : ห้ามใส่ของเหลวที่มีขนาดเกิน 100 มล. และของมีคมต่าง ๆ รวมไปถึงกรรไกรตัดเล็บ แหนบ (ใช่ค่ะคุณ บางสายการบินไม่ให้เอาแหนบขึ้นเครื่องเพราะถือว่ามีคมนะคะคุณ)
ผ่านเครื่อง scanner : เศษเหรียญ โทรศัพท์ แล็บท็อป มือถือ นาฬิกา เข็มขัด ต้องถอดออกมาแบใส่ถาดให้เห็นกันจะจะ ว่าตัวเรานี้ไม่มีโลหะอะไรที่จะผ่านเครื่องสแกนเนอร์เข้าไปให้เป็นอันตรายในสนามบินแน่นอน ถ้าสวมรองเท้าที่หุ้มข้อหรือหุ้มส้นก้อต้องถอดออก คือปลอดออกให้หมดจนแทบจะแก้ผ้ากันเลยทีเดียว ถ้ามีรถเข็นเด็ก ก้อต้องพับและนำเข้าเครื่องสแกนด้วยเหมือนกันนะคะ ตุีกตาน้องหมี น้องแมว น้องแจ๋ว น้องจุกที่คุณลูกต้องอุ้มติดมือ ก้อต้องใส่เข้าไปในเครื่องแสกนด้วยเหมือนกัน (โธ่ น้องตูบของหลาน) คุณเพื่อนที่เป็นคุณแม่แล้วบอกว่า อาหารเหลวเด็กในแบ่งใส่ขวดไว้ให้น้องกินตอนอยู่บนเครือ่ง เค้าก้ออนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้แค่ 2 ขวดเท่านั้น ขวดละไม่เกิน 100 มล.

ก่อนที่จะผ่านเข้าไปถึงเครื่อง scanner เราจะต้องผ่านตม. เข้าไปก่อน จุดนี้อยากให้ระมัดระวังกันนิดนึงนะคะคือ ถ้ามีใครมาถามต้องการความช่วยเหลือในแถว เราสามารถช่วยบอกช่วยแนะนำได้ว่าช่องนี้ช่องนั้นกรอกอะไรยังไง แต่ให้เว้นระยะไว้ซักนิด เพราะเราไม่รุ้ว่าคน ๆ นั้นคือใคร มาจากไหน เข้าออกประเทศนี้เมืองนั้นยังไง (อันนี้พูดถึงทั้งตม.ไทยในส่วนขาออกและตม.ประเทศนั้น ๆ ที่เรากำลังจะเดินทางเข้าไป) หากเราให้ความใกล้ชิดมากเกินไปแล้วคน ๆ นั้นเกิดเป็นผู้ต้องสงสัย เราอาจจะโดนตั้งข้อสงสัยไปด้วยก้อเป็นไปได้ อ๊ะอ๊ะ อย่าคิดว่าฉันนี่ดูหนังมากเกินไป ระแวงเกินไป ค่ะอิฉันระแวงระวังไว้ก่อนดีกว่าเกิดเหตุร้าย เพราะเราอย่าลืมนะคะว่าหนังที่เราเสพย์กันอยู่นี่ส่วนใหญ่ก้อสร้างจากเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ โดนกันมากี่พันกี่หมื่นรายแล้ว ไม่ใช่เป็นการขาดน้ำใจนะ ย้ำอีกครั้งว่าเราบอกได้ช่วยได้ แต่ต้องเว้นระยะไว้ให้พอดีสำหรับตัวเราเองด้วย ดีที่สุด

สำหรับคุณ ๆ ที่มีต่อมช้อปแตกฝังอยู่ในโครโมโซม  ขอแนะนำให้เล็ง ๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยซื้อขากลับจะดีกว่า เพราะถ้าซื้อไปแล้วคุณจะต้องแบกหามของสิ่งนั้นไปตลอดการเดินทางกับคุณทุกที่ อาจจะเกิดการแตกหักชำรุดได้ และที่จะเจ็บใจมากยิ่งไปกว่านั้นคือถ้าไปเจอของแบบเดียวกันเป๊ะ แต่ราคาถูกกว่าที่ปลายทาง! เจ็บสุด ๆ ! แต่ถ้ามันอดไม่ได้จริงๆ มือสั่น ถึงขึ้นจะลงแดง ก้อซื้อไปเถิด สินค้าบางอย่างซื้อแล้วคุณสามารถฝากไว้ที่ King Power counter ได้ เค้าจะออกใบรับขอให้คุณมาแสดงตอนรับของขากลับ ตามสบายตามสไตล์ใครสไตล์มันฮ่ะ (แต่ในกรณีที่ไม่ไหวจริง ๆ ฉันช้อปมาเรียบร้อยแล้วจากสาขารางน้ำหรือพัทยาก้อตาม ต้องมารับของที่เคาท์เตอร์ดิวตี้ฟรีด้านในแล้วเอาไปด้วย แบบนี้ต้องเผื่อเวลาไว้ให้มากหน่อยนะคะ เพราะแน่นอนว่าคุณต้องเจอแก๊งค์พี่จีนต่อแถวยาวจนถึงยอดเขาเหลียงซานเพื่อรอรับของที่ช้อปกันเป็นแสนเป็นล้านจากสาขาอื่นมาด้วยเหมือนกัน เผื่อเวลาด้วยนะคะ)

ถ้าคุณผ่านจุดจุดนี้ไปได้แล้วก้อสบายแฮ ทุกสนามบินในโลกเหมือนกัน ระเบียบขั้นตอนวิธีการคล้าย ๆ กัน อาจจะมีแตกต่างต่างกันบ้างเล็กน้อยในรายละเอียดบางอย่างของแต่ละที่ ก้อต้องไปศึกษาไปประยุกต์เอาดาบหน้า นั่นหล่ะ คือประสบการณ์ของการเดินทางที่เราจะได้เก็บเกี่ยว

การเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… น่าตื่นเต้นเน๊อะ เวลาจะเดินทาง ในประเทศหรือนอกประเทศ ตื่นเต้นหมด บอกเลย ไปๆๆ ออกเดินทางกันเลย!

jal-airplane-1

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *