ตะลุยญี่ปุ่น 5 เทศกาล ประเทศเดียวเที่ยวได้ทั้งปี!

เพราะดินแดนอาทิตย์อุทัยไม่ได้มีแค่เดือนเมษา กิน ช้อป ดอกซากุระ และภูเขาไฟฟูจิ ที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น วันนี้หล่ะ จะขอพาเพื่อนๆ ท่องญี่ปุ่นแบบเปิดประสบการณ์ใหม่กับเทศกาลต่างๆ ของญี่ปุ่นที่มีให้เราได้แวะเวียนไปได้ตลอดทั้งปี บอกเลยว่าจะเป็นการเอาภาพของชาวญี่ปุ่นกับชุดยูกาตะตอนเล่นดอกไม้ไฟในการ์ตูนญี่ปุ่นที่เคยดูในวัยเด็ก ให้กลายเป็นเรื่องจริงที่บินไปสัมผัสได้จริง ไม่ต้องใช้สลิง ไม่ต้องมีสตั๊นท์! รับรองเลยว่าถ้าได้รู้จักแล้วจะต้องตะโกนดังๆๆๆๆๆ ว่า “อยากไปญี่ปุ่นนนนนนนน!”

สำหรับการหาตั๋วเครื่องบินไปแดนซามูไรให้พบปะกับเทศกาลพีคๆ ของญี่ปุ่นครั้งนี้ จะหาตั๋วถูกตั๋วดีไม่ใช่เรื่องยาก แค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ Traveloka ก็ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ครบถ้วนทุกกระบวนความ นอกจากจะหาตั๋วถูกตั๋วดีที่มีให้เลือกหลายสายการบิน จะหาถูกๆ แบบ Low-cost Airlines หรืออยากได้สายการบินแบบ Full Service ก็มี แล้วยังมีช่องทางจ่ายเงินให้เลือกหลากหลาย ไม่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม นอกจากนี้ยังสามารถหาที่พักได้ด้วยนะ ถ้าลองบวกลบคูณหารเวลากันดีๆ รับรองว่าได้ตั๋วดี คุ้มค่าแน่นอน ว่าแล้วก็คลิกตามไปให้ไวเลยยยยยยยย >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan

traveloka

จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ Traveloka

คลิกที่นี่

เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)

sapporo-snow-festival

  • ช่วงเวลาเทศกาล: วันที่ 5 – 12 กุมภาพันธ์ 2018

ใครที่รู้จักคุณนุ้ยและเด่นชัย จากภาพยนตร์เรื่อง ‘แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว’ ก็คงเคยเห็นเทศกาลนี้แว๊บๆ ผ่านตากันไปบ้างแล้ว ใช่แล้วล่ะ! เทศกาลหิมะซัปโปโรนี่แหละคือเทศกาลหิมะที่คุณนุ้ย นางเอกของเรื่องฝันถึง วางแผนอยากไปมากถึงมากที่สุด โดยปกติแล้วเทศกาลหิมะซัปโปโรจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก่อนที่หิมะละลาย โดยเทศกาลนี้จะมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งและหิมะให้เป็นรูปร่างต่างๆ ประติมากรรมน้ำแข็งใหญ่ยักษ์จากช่างแกะสลักหิมะน้ำแข็งจากทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นการเนรมิตสวนสาธารณะให้กลายเป็นดินแดนแห่งเมืองหิมะในฝันของเอลซ่าเลยทีเดียว

สำหรับการจัดแสดงของเทศกาลหิมะซัปโปโรจะประกอบด้วย 3 จุดจัดแสดง

  1. Odori Park สวนสาธารณะกลางเมืองซัปโปโรจะถูกเนรมิตให้เต็มไปด้วยหิมะแกะสลักตัวละครคาแรกเตอร์ต่างๆ พร้อมด้วยไฟตกแต่งสวยๆ ตระการตา ซึ่งจะมีการแสดงแสงสีหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึง 4 ทุ่ม โดยเพื่อนๆ สามารถเดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟใต้ดินลงสถานี Odori ง่ายจริง ๆ
  2. Tsudome ‘ซึโดม’ แห่งนี้อยู่ภายใน Sapporo Sport Exchange จะถูกดัดแปลงให้เป็นสวนสนุกน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด ซึ่งจะเปิดให้เข้าไปสนุกกันตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น สามารถนั่ง Shuttle Bus ต่อจาก Odori Park ได้ หรือจะนั่ง Shuttle Bus จากสถานี Sakaemachi สาย Toho Line ก็ได้นะ ง่ายอีกแล้ว!
  3. Susukino Intersection จุดจัดแสดงสุดท้ายจะรวบรวมประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะแกะสลักที่ใหญ่และอลังการที่เข้าประกวดจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน บอกเลยว่าความสวยงามของจุดนี้จะตื่นตาตื่นใจสุดๆ และเดินทางง่ายมากกกกก แค่ออกจากสถานีรถไฟ Susukino ก็เจอเลย


เทศกาลฮานามิ
(Hanami Festival) หรือเทศกาลชมดอกซากุระบาน (Cherry Blossoms Festival)

cherry-blossoms-festival

  • ช่วงเวลาเทศกาล: ต้นเดือน กลางเดือนเมษายน ของทุกปี

เข้าช่วงเดือนเมษายนทีไร ไฟล์ทบินไปญี่ปุ่นต้องแน่นเอี๊ยด ราคาพุ่งสูงปรี๊ดทุกที ก็แน่นอน ช่วงเดือนเมษายนนี่แหละ ดอกซากุระทั่วทั้งแดนอาทิตย์อุทัยกำลังบานสะพรั่งแย่งกันอวดสีชมพูเต็มพื้นที่เลยทีเดียว และนี่คือช่วงเวลาไฮไลต์สำคัญของญี่ปุ่นที่ทุกคนรอคอยมาตลอดทั้งปี ซึ่งหนึ่งปีจะมีอยู่เพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น โดยดอกซากุระจะเริ่มบานจากภาคใต้ไล่ขึ้นสู่ภาคเหนือ สลับกันกับใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มเปลี่ยนสีจากภาคเหนือไปสู่ภาคใต้ แล้วที่สำคัญอย่าลืมว่า จะไปเที่ยวชมดอกซากุระบ้านเขา ห้ามหยิบจับดอกบนต้นเด็ดขาด! เดี๋ยวจะกลายเป็นดราม่าบนโลกโซเชียล แอร๊ย!

สำหรับสถานที่ยอดฮิตติดลมบนที่คนไทยชอบไปถ่ายรูปสวยๆ กับหมู่มวลดอกซากุระมีดังนี้ค่ะ

  1. โตเกียว (Tokyo) เมืองหลวงของญี่ปุ่นเมืองนี้มีจุดชมดอกซากุระหลายแห่งมาก เช่น สวนสาธารณะชินจูกุ เกียวเอ็น, จิโดริงาฟูจิ, สวนสาธารณะอุเอโนะ, ทะเลสาบคาวากูชิและเจดีย์แดง
  2. โอซาก้า (Osaka) เมืองหลักจากคันไซที่คนไทยหลงรักแห่งนี้ มีจุดชมดอกซากุระสวยๆ อยู่ที่ปราสาทโอซาก้า, โรงกษาปณ์โอซาก้า และสวนสาธาณะเคมะซากุระโนมิยะ
  3. เกียวโต (Kyoto) เมืองแห่งวัฒนธรรมยอดนิยมแห่งนี้ มีจุดชมดอกซากุระอยู่ที่ถนนนักปราชญ์
  4. นารา (Nara) ที่สวนสาธารณะนารา นอกจากจะมีกวางมากกว่า 500 ตัวอยู่ที่นี่ ยังมีซากุระอีกกว่า 2,000 ต้นกำลังเบ่งบานและรอเพื่อนๆ มาเที่ยวอยู่ด้วยนะ

 

มัตสึริ (Matsuri)

matsuri

  • ช่วงเวลาเทศกาล:
  • กิออนมัตสึริ จัดตลอดเดือนกรกฏาคม ไฮไลต์ของงานคือวันที่ 17 กรกฎาคม
  • เท็นจินมัตสึริ จัดขึ้นในวันที่ 24-25 กรกฎาคมของทุกปี ไฮไลต์ของงานคือวันที่ 25 กรกฎาคม
  • คันตะมัตสึริ จัดขึ้นทุกๆ สองปี (ปีเลขคี่) ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ไฮไลต์ของงานจะอยู่ในวันเสาร์อาทิตย์ที่ใกล้กับวันที่ 15 พฤษภาคม

เทศกาลสำคัญที่เป็นพิธีทางศาสนาของญี่ปุ่นที่จะถูกซอยย่อยออกเป็น 3 เทศกาลหลักได้แก่ กิออนมัตสึริในเกียวโต เท็นจินมัตสึริในโอซาก้า และคันตะมัตสึริในโตเกียว ซึ่งทั้ง 3 เทศกาลนี้คือประเพณีกราบไว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า เพื่อขอบคุณสำหรับปีการเก็บเกี่ยว โดยประชาชนจะมารวมตัวกันที่วัดและศาลเจ้า เพื่อเฉลิมฉลองและมีส่วนร่วมในขบวนแห่ศาลเจ้าจำลองไปรอบเมือง ซึ่งเราจะ Enjoy Eating มาก เพราะในงานนี้จะเต็มไปด้วยแผงลอยขายของและขายอาหารในงาน ทั้งยากิโซบะ ทาโกยากิ สายไหม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผงลอยร้านเกมส์ต่างๆ มาให้เราได้สนุกกันสุดเหวี่ยง แอบกระซิบไว้นิดนึงว่าควรนัดแนะจุดนัดพบกับเพื่อนๆ ของตัวเองไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะหลงกันได้ง่ายๆ เพราะคนจะเยอะมาก!

เทศกาลดอกไม้ไฟ (Firework Festival)

firework-festival

  • ช่วงเวลาเทศกาล:
  • งานแข่งขันประกวดดอกไม้ไฟแห่งชาติ Omagari จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี
  • เทศกาลดอกไม้ไฟ Nagaoka จัดขึ้นช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี
  • เทศกาลดอกไม้ไฟ Tsuchiura เริ่มจัดในวันเสาร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี

สำหรับใครที่ไม่เคยมาญี่ปุ่นช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม บอกเลยว่าพลาด! เพราะงานเทศกาลดอกไม้ไฟของญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่จัดใหญ่จัดเต็ม อลังการดาวล้านดวงเว่อร์ด้วยโชว์ดอกไม้ไฟกว่า 2 ชั่วโมงและมีดอกไม้ไฟกว่า 40,000 ชุด ทุกสุดสัปดาห์ทั่วทุกภาคของญี่ปุ่น กร๊ดดดดด… เริ่ดดดดเน๊อะ! โดยบรรยากาศของงานเทศกาลดอกไม้ไฟนี้ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนน่าจะต้องรู้สึกคุ้นๆ กับภาพชาวญี่ปุ่นสวมชุดยูกาตะ (Yukata) เดินชมงานที่เต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอย และเล่นดอกไม้ไฟ ซึ่งความสวยงามของดอกไม้ไฟสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ที่ความประณีต มีทั้งขนาดเล็กไปจนใหญ่ที่สุดในโลกและมีรูปร่างหลากหลายแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมที่สุดคือแบบดินระเบิดรูปดาว สำหรับเทศกาลนี้เราขอแนะนำว่าให้รีบไปจองที่นั่งชมดอกไม้ไฟตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วอย่าลืมพกเสื่อปิกนิก ที่ไล่แมลง พัดแบบพกพาติดตัวไปด้วย โดยความสนุกของเทศกาลดอกไม้ไฟจะเริ่มขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินนะจ๊ะ ไฮ้!

สำหรับงานแสดงดอกไม้ไฟที่เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ไปชมความเว่อร์วังอลังการมีอยู่ 3 งาน ได้แก่

  1. งานแข่งขันประกวดดอกไม้ไฟแห่งชาติ Omagari ที่จังหวัด Akita งานประกวดดอกไม้ที่เหล่าช่างทำดอกไม้ไฟทั่วญี่ปุ่นจะมารวมตัวกันเพื่อประชันผลงานสุดเลิศ ถือเป็นงานแข่งขันดอกไม้ไฟชั้นนำของประเทศเลยทีเดียว
  2. เทศกาลดอกไม้ไฟ Nagaoka เป็น 1 ใน 3 งานดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยงานนี้จะจัดขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน มีการจุดดอกไม้ไฟและพิธีลอยโคมเพื่อไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตในสงคราม
  3. เทศกาลดอกไม้ไฟ Tsuchiura ที่จังหวัด Ibaraki เราจะได้เห็นผลงานจากศิลปินทั่วประเทศญี่ปุ่นที่จัดแข่งขันกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1946

 

เทศกาลดอกเบญจมาศ (Kiku Matsuri)

kiku-matsuri

  • ช่วงเวลาเทศกาล: เดือนพฤศจิกายน

อีกหนึ่งเทศกาลสุดคิวท์ที่อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองไปสัมผัสสักครั้ง ชมดอกเบญจมาศสวยๆ ที่กำลังบานเต็มที่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของจักพรรดิ์ญี่ปุ่น และเป็นดอกไม้ประจำชาติด้วย

สำหรับเทศกาลชมดอกเบญจมาศของประเทศญี่ปุ่นที่เราอยากให้คุณได้ไปลอง คือ ที่โตเกียวและโอซาก้า

  1. โตเกียว (Tokyo) ที่เมืองหลวงแห่งนี้มีเทศกาลชมดอกเบญจมาศอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ Kasama no Kiku Matsuri เทศกาลชมดอกเบญจมาศที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น, Asakusa Kikka Ten ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการถวายดอกเบญจมาศแด่เจ้าแม่กวนอิมที่วัด Senoji, Yushima Tenjin Kiku Matsuri พร้อมโชว์ตุ๊กตาที่ทำจากดอกเบญจมาศและชมดอกเบญจมาศกว่า 2 พันดอก และ Takahata Fudoson Kiku Matsuri
  2. โอซาก้า (Osaka) มีงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศอยู่ 2 แห่งได้แก่ Kikuyakushi to Kogiku Matsuri ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การขอพรเรื่องสุขภาพและอายุยืนยาวและ Osakajo Kiku no Saiten เทศกาลชมดอกเบญจมาศหลากสี หลากหลายสายพันธุ์แถวปราสาทโอซาก้า

 

ทีนี้ก้อเห็นแล้วใช่ม่ะ ว่าไม่ว่าจะฤดูไหน เดือนไหน ญี่ปุ่นก็มักจะมีเทศกาลดีๆ ให้เราไปเที่ยวชมกันทั้งนั้น ไม่ต้องรอแค่ช่วงดอกซากุระบานก็ฟินได้ เลือกเทศกาลที่เพื่อน ๆ อยากจะไปสัมผัสให้ดี ล็อกวันที่แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นกับ Traveloka ได้เลย ดีกว่า จองง่าย จองไว รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ประทับใจแน่นอน!

พร้อมม๊ายยยยย ไปญี่ปุ่นกันเล๊ยยยยยย ไฮ้!

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *